ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 2476/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่ในระหว่างเวลาทำงานและฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานด้วยการดื่มเบียร์ในระหว่างเวลาทำงานถือได้ว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่การงาน และจงใจขัดคำสั่งนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ละทิ้งหน้าที่เฉพาะในวันที่ 16 ตุลาคม 2536 ตั้งแต่เวลา 16.20 นาฬิกา มิใช่ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 47(4) ลักษณะงานที่โจทก์ทำมิใช่งานที่หากผู้ปฏิบัติงานมึนเมาแล้วจะเกิดความเสียหายร้ายแรงแก่นายจ้าง และไม่ปรากฏว่าโจทก์มึนเมาเพียงใด แม้ตามข้อบังคับของจำเลยกำหนดให้เลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชยก็มิใช่จะต้องถือว่าการทำผิดวินัยดังกล่าวเป็นกรณีร้ายแรง เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เคยตักเตือนจำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ ค่าชดเชยเป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างจำเลยไม่จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ จึงต้องถือว่าผิดนัดนับแต่วันที่เลิกจ้างเป็นต้นไป จำเลยจึงต้องชดใช้ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าโจทก์มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยขอให้บังคับจำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 2,875 บาทและค่าชดเชย 11,250 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่าโจทก์ได้ละทิ้งหน้าที่ไปซื้อเบียร์ดื่มในเวลาทำงาน ถือว่าโจทก์ได้ทำผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทจำเลยว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาลงโทษทางวินัย ซึ่งระบุว่า"การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าชดเชย ผู้มีอำนาจลงโทษมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาพนักงานผู้กระทำความผิดดังนี้ เสพสุรามึนเมาในขณะปฏิบัติงาน" จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าชดเชย พร้อมด้วยดอกเบี้ยตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย บริษัทจำเลยมีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ซึ่งมีหน้าที่เข้าทำงานตั้งแต่ 8 นาฬิกา ถึง 17 นาฬิกา ได้ละทิ้งหน้าที่ไปเมื่อเวลา16.20 นาฬิกา โดยได้ไปซื้อเบียร์จากร้านค้าซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานประมาณ 200 เมตร แล้วนำเบียร์ไปดื่มกับพวกซึ่งเป็นเวรทิ้งขยะที่บริเวณทิ้งขยะศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าการที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่ไปซื้อเบียร์มาดื่มในขณะปฏิบัติหน้าที่มิใช่การกระทำผิดวินัยในกรณีที่ร้ายแรง จำเลยจึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่าการที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่ในระหว่างเวลาทำงานและฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานด้วยการดื่มเบียร์ในระหว่างเวลาทำงานนั้นถือได้ว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่การงานไปเสียและเป็นการจงใจขัดคำสั่งนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างย่อมเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นส่วนปัญหาข้อต่อมาว่า จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์หรือไม่นั้น เห็นว่า โจทก์ละทิ้งหน้าที่เฉพาะในวันที่ 16 ตุลาคม2536 ตั้งแต่เวลา 16.20 นาฬิกา จึงมิใช่กรณีละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(5) ส่วนการที่โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานด้วยการดื่มเบียร์ในระหว่างเวลาทำงานนั้น เห็นว่า ลักษณะงานที่โจทก์ทำอยู่คือหน้าที่ขัดเงาในบริษัทจำเลยซึ่งประกอบกิจการผลิตเครื่องประดับกายนั้น มิใช่งานที่หากผู้ปฏิบัติงานมึนเมาแล้วอาจจะเกิดความเสียหายร้ายแรงแก่นายจ้างหรือเป็นอันตรายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด ทั้งกรณีของโจทก์ก็เป็นการดื่มเบียร์ในขณะที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่ที่ทำอยู่ไปและไม่ปรากฏว่าโจทก์มึนเมาหรือไม่ เพียงใด การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์จึงมิใช่กรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4)แม้จำเลยจะกำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่า จำเลยจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ถ้าพนักงานเสพสุรามึนเมาในขณะปฏิบัติงานก็มิใช่จะต้องถือว่าการกระทำผิดวินัยดังกล่าวเป็นกรณีที่ร้ายแรงทุกเรื่องไป เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้เคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือในเรื่องดังกล่าวมาก่อน จำเลยเลิกจ้างโจทก์ก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน เป็นเงิน 11,250บาท ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46(2)ค่าชดเชยเป็นเงินที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างจำเลยไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ จึงต้องถือว่าผิดนัดนับแต่วันที่เลิกจ้างเป็นต้นไป ต้องชดใช้ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีให้แก่โจทก์ตามคำขอท้ายฟ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 11,250 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่เลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย วิชัย วิริยม
จำเลย - บริษัท เฉินหลิน อุตสาหกรรม จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 224, ม. 583
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน
องค์คณะ
ชลอ บุณยเนตร
ชลิต ประไพศาล
สมมาตร พรหมานุกูล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา