ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา

ฎีกาที่ 2516/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายบางคนได้รับอันตรายแก่กาย และทรัพย์สินของผู้อื่นคือรถยนต์และรถจักรยานยนต์เสียหาย ซึ่งตามสภาพความผิดเป็นการประมาทอย่างร้ายแรงอันเป็นภัยต่อสาธารณชน แต่จำเลยเป็นพนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทยตำแหน่งนายไปรษณีย์โทรเลขระดับ 4 โดยได้รับราชการเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจมาเป็นเวลารวม 15 ปี กับมีหนังสือรับรองของบุคคลที่เคยรู้จักกับจำเลยรับรองว่า จำเลยเป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เคยได้รับโทษจำคุก อีกทั้งปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ จำเลยได้นำเงิน 100,000 บาทมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อเป็นค่าเสียหายแก่ภริยาผู้ตายซึ่งเป็นการพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิด ดังนี้ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกจำเลย 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ จึงเหมาะสมกับสภาพความผิดและพฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีนี้แล้ว.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 390พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4(14), 43(4), 157, 162และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลยระหว่างพิจารณา ภริยาของผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291, 309 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4(14),43(4), 157, 162 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปีให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลย ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษโดยอ้างว่าไม่เคยต้องโทษและมีคุณงามความดีมาก่อนนั้น เห็นว่าจำเลยยังมิได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายเลยจึงไม่รอการลงโทษให้จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ และขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ลดกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการลงโทษจำคุกจำเลยเหมาะสมกับสภาพความผิดและพฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีนี้หรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ตามสภาพความผิดของจำเลยเป็นการกระทำโดยประมาทอย่างร้ายแรงอันเป็นภัยต่อสาธารณชนอย่างยิ่ง เป็นเหตุให้พันเอกเพิ่มศักดิ์ถึงแก่ความตาย สิบตำรวจโทสุทัศน์ได้รับอันตรายแก่กาย รถยนต์หมายเลขทะเบียน 1จ-1367 กรุงเทพมหานคร และรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน พิจิตร ก.-2161 ได้รับความเสียหายก็ตาม แต่ตามพฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีนี้ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 4มีนาคม 2529 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่คดีนี้อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยได้นำเงิน 100,000 บาท มาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วม ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ดังกล่าว ซึ่งแสดงว่าจำเลยพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิด ทั้งปรากฏจากคำแถลงการณ์เป็นหนังสือของจำเลยว่าจำเลยเป็นพนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทย ตำแหน่งนายไปรษณีย์โทรเลข ระดับ 4 โดยได้รับราชการและเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจมาเป็นเวลารวม 15 ปี กับมีหนังสือรับรองของบุคคลที่เคยรู้จักกับจำเลยรับรองว่าจำเลยเป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เคยได้รับโทษจำคุกอันแสดงว่าจำเลยมีคุณงามความดีมาแต่ก่อน เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกเช่นนั้น จึงเหมาะสมกับสภาพความผิดและพฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีนี้แล้ว ไม่มีเหตุสมควรเปลี่ยนแปลงดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์โดยเพิ่มโทษจำเลยขึ้นอีก ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - พันโท หญิง พรรณี ชยางคเส น
จำเลย - นาย พิษ ณุ วัยวุฒิ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 56
องค์คณะ
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
อากาศ บำรุงชีพ
อุดม เฟื่องฟุ้ง

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา