ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 อาญา

ฎีกาที่ 2518/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

พี่ชายจำเลยที่1ลักรถยนต์ไปจากการครอบครองของผู้เสียหายที่2ผู้เสียหายที่2ได้บอกให้จำเลยที่1ช่วยติดตามรถยนต์คืนจำเลยทั้งสองได้พบพ. และพ.ต้องการเงิน30,000บาทเป็นค่าไถ่รถยนต์คืนจำเลยทั้งสองจึงได้บอกให้ผู้เสียหายที่2ทราบและให้โอนเงินไปให้จำเลยที่1ที่ธนาคารจำเลยทั้งสองไปรับเงินที่ธนาคารและถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีส่วนจะได้รับประโยชน์จากเงินค่าไถ่รถยนต์เพียงแต่จำเลยทั้งสองแจ้งความประสงค์ของพ. ให้ผู้เสียหายที่2ทราบการจะตัดสินใจอย่างไรเป็นเรื่องของผู้เสียหายที่2จำเลยทั้งสองได้จัดการสืบหารถยนต์ตามความประสงค์ของผู้เสียหายที่2และเมื่อผู้ที่ลักรถยนต์ไปต้องการค่าไถ่จำเลยทั้งสองได้แจ้งให้ผู้เสียหายที่2ทราบและได้มีการโอนเงินเพื่อเสียค่าใช้จ่ายผ่านจำเลยที่1โดยจำเลยทั้งสองมิได้รับประโยชน์ด้วยจำเลยทั้งสองย่อมไม่มีความผิดฐานรับของโจร

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 335, 357จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคหนึ่ง ให้จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสองรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายไพโรจน์ พี่จำเลยที่ 1 ลักรถยนต์ของกลางไป ผู้เสียหายที่ 2 ได้บอกให้จำเลยที่ 1 ช่วยติดตามรถยนต์คืน และมอบเงินให้จำเลยที่ 1 จำนวน 2,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการติดตาม และตามข้อนำสืบของจำเลยที่ 1 ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้ติดตามไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดเลยแต่ไม่พบรถยนต์ ต่อมาจำเลยทั้งสองได้ติดตามไปที่จังหวัดนครพนมจึงได้พบนายไพโรจน์ และนายไพโรจน์ต้องการเงิน 30,000 บาทเป็นค่าไถ่รถยนต์นั้น จำเลยทั้งสองจึงได้บอกให้ผู้เสียหายที่ 2ทราบและให้โอนเงินไปให้จำเลยที่ 1 ที่ธนาคารไทยพาณิชย์สาขานครพนม จำเลยทั้งสองจึงไปรับเงินที่ธนาคารและถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีส่วนจะได้รับประโยชน์อะไรจากเงินค่าไถ่รถยนต์เลย เพียงแต่จำเลยทั้งสองแจ้งความประสงค์ของนายไพโรจน์ให้ผู้เสียหายที่ 2 ทราบ การจะตัดสินใจอย่างไรเพื่อจะให้ได้รับรถยนต์คืนมาเป็นเรื่องของผู้เสียหายที่ 2จำเลยทั้งสองได้จัดการสืบหารถยนต์ตามความประสงค์ของผู้เสียหายที่ 2และเมื่อผู้ที่ลักรถยนต์ไปต้องการค่าไถ่ จำเลยทั้งสองได้แจ้งให้ผู้เสียหายที่ 2 ทราบ และได้มีการโอนเงินเพื่อเสียค่าใช้จ่ายผ่านจำเลยที่ 1 โดยจำเลยทั้งสองมิได้รับประโยชน์ด้วยจำเลยทั้งสองย่อมไม่มีความผิดฐานรับของโจรพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นาย ประหยัด อินทร์แก้ว กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 357
องค์คณะ
ก้าน อันนานนท์
อัครวิทย์ สุมาวงศ์
ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา