ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา

ฎีกาที่ 252/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยใช้รถยนต์ของกลางขับไปมาตามปกติ และโดยเปิดเผย ไม่ได้ซุกซ่อนหรือนำหลบหนีไปไหน ที่อยู่ของผู้เสียหายและจำเลยก็ไม่ห่างไกลกันมากนัก สามารถเดินทางไปมาถึงกันได้โดยสะดวก หากจำเลยรู้ว่ารถยนต์ของกลางเป็นรถที่ ส. ลักมา จำเลยไม่น่าจะกล้ารับไว้ใช้ในลักษณะเช่นนี้ โดยที่ไม่เกรงกลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำผิดคงจะต้องเปลี่ยนแปลงซ่อมแซมสภาพรถให้ผิดไปจากเดิมทั้งหมด หาใช่ตัดเอาเฉพาะหมายเลขประจำคัสซี ของรถจำเลยมาเชื่อมต่อไว้และเป็นจุดที่ยากจะสังเกตได้เท่านั้นไม่ อีกทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดของโจทก์ให้ฟังได้ว่าจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมายเลขดังกล่าว สำหรับจำเลยมี อ.ว.และช. เบิกความเป็นพยานต้องกันกับจำเลยว่าก่อนเกิดเหตุ ส. ยืมรถของจำเลยไปพลิกคว่ำเสียหาย จำเลยให้ ส.ซ่อมโดยเปลี่ยนสีรถใหม่เมื่อส. นำรถมาคืนสภาพรถโดยทั่วไปก็เหมือนกับเก่า ผิดกันเฉพาะสีเท่านั้น และ อ.พยานโจทก์ที่ขายรถให้จำเลยก็เบิกความยืนยันเช่นเดียวกัน จึงฟังได้ว่าจำเลยรับรถของกลางไว้โดยเชื่อว่าเป็นรถของจำเลยเอง หาได้รู้ว่าเป็นรถของโจทก์ร่วมที่ถูกคนร้ายลักมาไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจร.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335 (1) (7) (8), 357 กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถยนต์เป็นเงิน300,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นและคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องได้มีคนร้ายลักเอารถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้าหมายเลขทะเบียน บ - 6457 นครสวรรค์ ของโจทก์ร่วมซึ่งอยู่ในความครอบครองของนางสมใจผู้เสียหายไป ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2532เจ้าพนักงานตำรวจติดตามยึดรถดังกล่าวได้ในขณะที่จอดอยู่หน้าร้านของจำเลย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีผู้เสียหายและพลตำรวจสมัครชัยวัฒน์เบิกความเป็นพยานว่า ก่อนรถยนต์จะถูกคนร้ายลักไปได้มีนายสมจิตร เข้ามาในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ เมื่อรถยนต์หายไปนายสมจิตรก็ออกจากหมู่บ้านไปด้วยและสืบทราบว่าไปเปิดอู่ซ่อมรถอู่ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จึงพากันติดตามไปแต่ไม่พบ ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2532 ได้พากันไปใหม่และทราบว่านายสมจิตรเคยเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ร้านบุญชูอะไหล่ในตลาดแม่สอด จึงติดตามไปที่ร้านจำเลย จนกระทั่งเวลาประมาณ 13 นาฬิกา จำเลยได้ขับรถยนต์ของกลางมาจอดที่หน้าร้านจึงยึดรถไปที่สถานีตำรวจ สภาพรถยังเหมือนเดิมเพียงแต่เปลี่ยนเป็นล้อแม็กซ์และนำป้ายทะเบียนหมายเลข น-5043 สุโขทัยมาติดไว้แทน ปรากฏว่าขณะนั้นเป็นเวลากลางวันพยานได้สอบถามชาวบ้านซึ่งอยู่ข้างเคียงร้านของจำเลยได้ความว่าจำเลยใช้รถยนต์ของกลางอยู่และใช้ถนนหน้าร้านเป้นที่จอดรถ ในวันนั้นจำเลยได้ใช้รถขับไปตลาดกลับมาร้านของจำเลยซึ่งอยู่ติดถนนเป็นย่านตลาดในเขตเทศบาลห่างจากสถานีตำรวจเพียง 200 เมตร เห็นว่าจำเลยใช้รถของกลางขับไปมาตามปกติและโดยเปิดเผยไม่ได้ซุกซ่อนหรือนำหลบหนีไปไหน ผู้เสียหายอยู่ที่อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ไม่ห่างไกลจากอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก มากนัก สามารถเดินทางไปมาถึงกันได้โดยสะดวก ดังนี้หากจำเลยรู้ว่ารถยนต์ของกลางเป็นรถที่นายสมจิตรลักมา จำเลยไม่น่าจะกลับรับไว้ใช้ในลักษณะเช่นนี้โดยไม่เกรงกลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิด คงจะต้องเปลี่ยนแปลงซ่อมแซมสภาพรถให้ผิดไปจากเดิมทั้งหมด หาใช่ตัดเฉพาะหมายเลขประจำคัสซีของรถจำเลยมาเชื่อมต่อไว้และเป็นจุดที่ยากจะสังเกตได้เท่านั้นไม่ อีกทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดของโจทก์ให้ฟังได้ว่า จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมายเลขดังกล่าว สำหรับจำเลยนอกจากจำเลยจะเบิกความเป็นพยานแล้วยังมีนายอารยชัย ทองปลั่ง นายวิรัตน์ บรรจบและนายชูสิทธิ์ ชูสกุล เบิกความเป็นพยานต้องกันว่าก่อนเกิดเหตุนายสมจิตรยืมรถของจำเลยไปขับและประสพอุบัติเหตุพลิกคว่ำเสียหายจำเลยได้ให้นายสมจิตรซ่อมโดยเปลี่ยนสีรถใหม่ เมื่อนายสมจิตรนำรถมาคืนปรากฏว่าหมายเลขทะเบียนและล้อแม็กซ์เป็นของรถคันเดิม สภาพรถโดยทั่วไปก็เหมือนคันเก่า ผิดกันเฉพาะสีเท่านั้น และนายอุทัยพยานโจทก์ที่ขายรถให้จำเลยก็เบิกความยืนยันเช่นเดียวกัน ดังนี้ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยรับรถของกลางไว้โดยเชื่อว่าเป็นรถของจำเลยเอง หาได้รู้ว่าเป็นรถของโจทก์ร่วมที่ถูกคนร้ายลักมาไม่จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจร ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"พิพากษากลับให้ยกฟ้อง.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กำแพงเพชร
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - บริษัท โตโยต้า นครสวรรค์ ผู้จำหน่าย โตโยต้า (1981) จำกัด
จำเลย - นาย บุญ ชู ศรีสุขวสุ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 357
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 227
องค์คณะ
บุญธรรม อยู่พุก
เจริญ นิลเอสงฆ์
เพ็ง เพ็งนิติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา