ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง
ฎีกาที่ 2565/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
บริษัท ท. ได้ตกลงมอบอำนาจให้จำเลยหรือ ท. คนใดคนหนึ่งลงนามพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัทดำเนิน กิจการต่าง ๆ แทนบริษัทได้ดังนั้น การที่ ท. แต่ ผู้เดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท ท. ในสัญญาโอนขายลดเช็คที่ทำไว้กับโจทก์ จึงเป็นการกระทำในฐานะตัว แทนของบริษัท สำเนาเอกสารที่จำเลยเพียงแต่ ยื่นคำร้องไม่รับรองว่าถูกต้องหรือมีอยู่จริง แต่ จำเลยมิได้คัดค้านการนำสืบสำเนาเอกสารดังกล่าวและบอกกล่าวไปยังโจทก์ก่อนวันสืบพยาน จำเลยจึงต้องห้ามมิให้คัดค้านการมีอยู่และความแท้จริงหรือความถูกต้อง แห่งสำเนาเอกสารนั้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 125 ศาลมีอำนาจรับฟังสำเนาเอกสารดังกล่าวได้ แม้ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยว่า ถือ ไม่ได้ว่าบริษัท ท. ได้ ทำสัญญาโอนขายลดเช็คกับโจทก์เพราะ ท. แต่ เพียงผู้เดียวไม่มีอำนาจแต่ โจทก์ยังกล่าวโต้แย้งไว้ในคำแก้ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจหยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัย โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาว่า จำเลยได้ หลบหนีไปจากเคหสถาน ที่เคยอยู่ แต่ ความข้อนี้ไม่ใช่ข้อที่โจทก์ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย เมื่อโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ จำเลยบอกให้รอไปก่อนแต่ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ แจ้งแก่โจทก์ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้จึงยังไม่เข้าข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้ทำสัญญาโอนขายลดเช็คไว้กับโจทก์ มีจำเลยเป็นผู้ค้ำประกัน บริษัท ท.ค้าไม้จำกัด ได้นำเช็คของผู้มีชื่อมาขายลดแก่โจทก์ 5 ฉบับ รวมเป็นเงิน2,140,290 บาท แต่ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คทั้ง 5 ฉบับ ได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ทำให้โจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็ค บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัดจึงมีหน้าที่ต้องชดใช้เงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ19 ต่อปี นับแต่วันที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแต่ละฉบับจนถึงวันฟ้องรวมเป็นดอกเบี้ย 204,560.64 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,344,850.64 บาท โจทก์ทวงถามให้บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัดผู้ขายลดเช็คและจำเลยผู้ค้ำประกันชำระหนี้ดังกล่าวหลายครั้งแล้วแต่บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด และจำเลยเพิกเฉย จำเลยเป็นหนี้โจทก์จำนวนแน่นอนเกินกว่า 50,000 บาท อันเป็นหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ จำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้ และจำเลยได้แจ้งแก่โจทก์ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483จำเลยให้การว่า ขณะมีการขายลดเช็คดังโจทก์ฟ้อง ผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด จะต้องกระทำโดยนายทวีศักดิ์โล่ห์สถาพรพิพิธ หรือจำเลยลงลายมือชื่อร่วมกับนายเทพ ตรีวิศวเวทย์หรือนายกำธร ตรีวิศวเวทย์ และประทับตราสำคัญของบริษัทจึงจะมีผลผูกพันบริษัท การที่นายทวีศักดิ์กรรมการเพียงคนเดียวของบริษัทท.ค้าไม้ จำกัด นำเช็คของผู้อื่นซึ่งไม่ใช่เช็คลูกค้าของบริษัทท.ค้าไม้ จำกัด จำนวน 5 ฉบับ ตามฟ้องโจทก์ ไปขายลดแก่โจทก์จึงไม่มีผลผูกพันบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัดจึงไม่ต้องรับผิดตามเช็คทั้ง 5 ฉบับ ตามฟ้อง จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดด้วย จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์เกินกว่า50,000 บาท จำเลยยังมีทรัพย์พอชำระหนี้แก่โจทก์ได้ จำเลยไม่เคยแจ้งแก่โจทก์ว่าจำเลยไม่สามารถชำระหนี้ได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ไม่ได้ทำสัญญาโอนขายลดเช็คให้แก่โจทก์ และเช็คที่นายทวีศักดิ์ โล่ห์สถาพรพิพิธ นำมาขายลดให้แก่โจทก์ไม่ใช่เช็คลูกค้าของบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่ และมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ สำหรับปัญหาตามฎีกาของจำเลยนั้น โจทก์มีสำเนาภาพถ่ายรายงานการประชุมของบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด เอกสารหมายจ.12 และ จ.13 มาแสดงเป็นหลักฐานว่า บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัดได้ตกลงมอบอำนาจให้จำเลยหรือนายทวีศักดิ์ โล่ห์สถาพรพิพิธคนใดคนหนึ่งลงนามพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัทดำเนินกิจการต่าง ๆแทนบริษัทได้ ดังนั้น การที่นายทวีศักดิ์แต่ผู้เดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ในสัญญาโอนขายลดเช็คเอกสารหมาย จ.1 ที่ทำไว้กับโจทก์นั้น จึงเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนของบริษัท และตามสัญญาโอนขายลดเช็คเอกสารหมาย จ.1 ไม่มีข้อจำกัดว่าเช็คที่บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด นำมาขายลดให้แก่โจทก์จะต้องเป็นเช็คของลูกค้าของบริษัทเท่านั้น และตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.2ที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ ก็ระบุความรับผิดของจำเลยรวมถึงหนี้ตามเช็คของบุคคลอื่นที่บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้นำมาขายลดแก่โจทก์ด้วยศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงได้ว่า บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้มอบหมายให้นายทวีศักดิ์เป็นตัวแทนทำสัญญาโอนขายลดเช็คกับโจทก์ และบริษัทได้เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาดังกล่าวเป็นเงิน 2 ล้านบาทเศษ จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกัน ส่วนที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกาว่า เอกสารหมาย จ.15 ถึง จ.17 ในสำนวนคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 393/2529 ของศาลชั้นต้นเป็นสำเนาภาพถ่ายเช็คซึ่งจำเลยไม่รับรองว่าถูกต้องหรือมีอยู่จริงตามคำร้องของจำเลยลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2530 สำเนาเอกสารดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้นั้น ปรากฏว่าจำเลยมิได้คัดค้านการนำสืบสำเนาเอกสารดังกล่าวและบอกกล่าวไปยังโจทก์ก่อนวันสืบพยาน ฉะนั้น จำเลยจึงต้องห้ามมิให้คัดค้านการมีอยู่และความแท้จริง หรือความถูกต้องแห่งสำเนาเอกสารนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125 ศาลมีอำนาจรับฟังสำเนาเอกสารดังกล่าวได้ และที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นซึ่งวินิจฉัยว่า ถือไม่ได้ว่าบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้ทำสัญญาโอนขายลดเช็คกับโจทก์เพราะนายทวีศักดิ์แต่เพียงผู้เดียวไม่มีอำนาจนั้น เห็นว่า ปัญหานี้โจทก์ยังกล่าวโต้แย้งไว้ในคำแก้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนปัญหาตามฎีกาโจทก์ที่ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่นั้น โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาว่าจำเลยได้หลบหนีไปจากเคหสถานที่เคยอยู่ แต่ความข้อนี้มิใช่ข้อที่โจทก์ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาว่า จำเลยแจ้งแก่โจทก์ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้นั้น พยานโจทก์มีแต่นางภาวิณี เลิศพฤกษ์ลูกจ้างโจทก์เพียงปากเดียวเบิกความว่า ได้ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้ว จำเลยบอกให้รอไปก่อน แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แจ้งแก่โจทก์ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงยังไม่เข้าข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยพยานหลักฐานโจทก์จำเลยฟังข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวพิพากษากลับ ให้บังคังคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ บีซีซี . จำกัด
จำเลย - นาย ทรวง กิตติคุณศักดิ์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 797, ม. 820, ม. 1167
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 125, ม. 249
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 8 (7) - องค์คณะ
- สวิน อักขรายุธ
เธียร ยูงทอง
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา