ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ 261/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าสึกหรอของเครื่องจักรเครื่องมือและค่าควบคุมซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบความเสียหายและดำเนินการต่าง ๆ เป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องมีแน่นอนและโจทก์ได้ใช้ไปในการซ่อมรถจักรดีเซลของโจทก์ที่ได้รับความเสียหายซึ่งสามารถคิดคำนวณเฉลี่ยออกมาได้จึงเป็นค่าเสียหายโดยตรงที่เกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายทั้งสองส่วนนี้ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทไปบนทางรถไฟโดยมิได้หยุดตามสัญญาณห้ามก่อนข้ามทางรถไฟ และไม่ดูว่ามีขบวนรถไฟกำลังแล่นมาหรือไม่ เป็นเหตุให้ขบวนรถไฟของโจทก์ที่แล่นผ่านทางที่เกิดเหตุพอดี และในระยะกระชั้นชิดไม่สามารถหยุดขบวนรถไฟได้ทันจึงชนกับรถยนต์ดังกล่าว เป็นเหตุให้รถจักรดีเซลของโจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 131,495.94 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 35,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 50,673.22 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า ค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงานคิดเป็นเงิน 46,463.28 บาท และค่าควบคุมคิดเป็นเงิน 25,255.49 บาทโจทก์ได้เสียหายไปจริง ขอเพิ่มค่าเสียหายให้เป็นไปตามฟ้องโจทก์ประเด็นที่จะวินิจฉัยในชั้นนี้จึงมีว่า โจทก์ควรได้รับค่าเสียหายเพียงใด สำหรับค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงานและค่าควบคุมนั้นโจทก์มีนายไพฑูรย์ ศรีวรวิทย์ หัวหน้าแผนกบัญชีโรงงานมักกะสันซึ่งมีหน้าที่คิดค่าเสียหายในการซ่อมเป็นพยานเบิกความว่า ค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าสึกหรอของเครื่องจักรเครื่องมือ ส่วนค่าควบคุมคือค่าใช้จ่ายที่ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบความเสียหายและดำเนินการต่าง ๆ เห็นว่า ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องมีแน่นอน และโจทก์ได้ใช้ไปในการซ่อมรถจักรดีเซลของโจทก์ที่ได้รับความเสียหายซึ่งสามารถคิดคำนวณเฉลี่ยออกมาได้ จึงเป็นค่าเสียหายโดยตรงที่เกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายทั้งสองส่วนนี้ได้แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้โจทก์เสียหายแท้จริงเท่าไรนั้น โจทก์มิได้นำสืบให้ชัดแจ้ง เมื่อพิเคราะห์ถึงสภาพรถจักรดีเซลของโจทก์ที่ได้รับความเสียหาย และค่าของก็มีเพียง 6,632.20 บาท แล้วเห็นควรกำหนดค่าเสียหายทั้งสองส่วนนี้ให้รวมเป็นเงิน 7,500 บาทเมื่อรวมกับค่าแรงและค่าของแล้วโจทก์จึงเสียหาย เป็นเงิน58,173.22 บาทพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 58,173.22 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - การรถไฟแห่งประเทศไทย
จำเลย - นาย ทอง ใบ เฉลิม ศ รี กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 438
- องค์คณะ
- ปรีชา ธนานันท์
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
สมาน เวทวินิจ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา