ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 แพ่ง

ฎีกาที่ 2612/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก โดยอ้างว่าเป็นผู้รับ พินัยกรรม ผู้คัดค้านคัดค้านว่าพินัยกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้ร้องไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก ดังนี้เป็นเรื่องผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเท่านั้น มิใช่พิพาทกันในเรื่องทรัพย์มรดกตามพินัยกรรม ผลของคดีไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า นางสาวประกอบ หัตถกรรม มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 6 คน คือ นางสาวประกอบ นายประสงค์ หัตถกรรมนายไพศาล หัตถกรรม นายไพโรจน์ หัตถกรรม นายเก็บ หัตถกรรมและนางประหยัด หัตถกรรมหรือดนัยธรรมกุล เมื่อวันที่30 พฤษภาคม 2532 นางสาวประกอบทำพินัยกรรมฝ่ายเมืองยกที่ดินโฉนดเลขที่ 5267 และ 5270 ให้แก่ผู้ร้องและยกทรัพย์สินอื่นให้แก่พี่น้องของนางสาวประกอบ โดยตั้งนายประสงค์เป็นผู้จัดการมรดก เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2535 นางสาวประกอบถึงแก่ความตาย หลังจากนั้นผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้นายประสงค์จัดการแบ่งปันมรดกของนางสาวประกอบ แต่นายประสงค์ไม่แสดงความจำนงเป็นผู้จัดการมรดก ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของนางสาวประกอบในฐานะผู้รับพินัยกรรม ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวประกอบผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ขณะที่นางสาวประกอบมีชีวิตอยู่ได้ป่วยเป็นโรคทางประสาทและสมองอย่างรุนแรง มีอาการชักกระตุกความจำเสื่อม สติฟั่นเฟือน ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ในช่วงระหว่างทำพินัยกรรมตามคำร้องขอ นางสาวประกอบไม่สามารถรู้ผิดชอบชั่วดีเป็นบางขณะ ไม่อาจมีความคิดหรือรู้สำนึกในเรื่องทรัพย์สินของตน นางสาวประกอบทำพินัยกรรมโดยถูกผู้ไม่หวังดีชักจูงหรือหลอกลวง มิได้ทำโดยสุจริตมีสติสัมปชัญญะพินัยกรรมจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งพินัยกรรมระบุตั้งให้นายประสงค์เป็นผู้จัดการมรดกด้วย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้คัดค้านเป็นน้องชายของนางสาวประกอบทั้งทายาทอื่นของนางสาวประกอบยินยอมให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวประกอบแล้ว ขอให้ยกคำร้องแล้วมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวประกอบผู้ตายศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งให้นายไพโรจน์ หัตถกรรม ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวประกอบ หัตถกรรม ผู้ตายให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พยานหลักฐานของผู้ร้องจึงมีน้ำหนักฟังได้ว่าขณะทำพินัยกรรมผู้ตายมีสติสัมปชัญญะสามารถทำพินัยกรรมได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1654 วรรคหนึ่งพินัยกรรมตามเอกสารหมาย ร.1 จึงชอบแล้วฎีกาของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านประการต่อมามีว่าคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวประกอบผู้ตาย โดยอ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรมผู้คัดค้านคัดค้านว่าพินัยกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องไม่มีสิทธิเป็นผู้รับมรดก ดังนี้เป็นเรื่องผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเท่านั้น มิใช่พิพาทกันในเรื่องทรัพย์สินมรดกตามพินัยกรรมผลของคดีไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ที่ศาลล่างสองศาลวินิจฉัยมาชอบแล้ว"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
ผู้ร้อง - วัด แก่ น จันทร์ เจริญ
ผู้คัดค้าน - นาย ไพโรจน์ หัตถ กรรม
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 248
องค์คณะ
ถวิล อินทรักษา
สุรินทร์ นาควิเชียร
สละ เทศรำพรรณ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา