ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา

ฎีกาที่ 2617/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เช็คปลอมจำนวน23ฉบับเป็นส่วนหนึ่งของเช็คที่จำเลยลักมาจากธนาคารโจทก์ร่วมซึ่งจำเลยเป็นพนักงานอยู่ไม่ปรากฏว่าเช็คดังกล่าวได้สูญหายไปจากจำเลยการที่บุคคลอื่นจะนำเช็คนั้นไปกรอกวันเดือนปีจำนวนเงินและปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายทำเป็นเช็คปลอมแล้วนำไปขึ้นเงินได้นั้นบุคคลนั้นต้องได้รับเช็คไปจากจำเลยการที่จำเลยมอบเช็คที่ลักมาให้ผู้อื่นไปทำการดังกล่าวเป็นขั้นตอนที่จะให้สำเร็จผลดังเจตนาของจำเลยกับพวกในการที่จะหลอกลวงเอาเงินจากโจทก์ร่วมโดยนำเช็คปลอมนั้นๆไปขึ้นเงินจำเลยจึงเป็นตัวการร่วมกับผู้อื่นใช้ตั๋วเงินปลอมและฉ้อโกงโจทก์ร่วม.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,266, 268, 335, 341, 83, 91 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วมจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ธนาคารนครหลวงไทย จำกัดร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(11) รวมสองกรรม ให้ลงโทษจำเลยในข้อหานี้มีกำหนดกรรมละ1 ปี กับผิดตาม มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264, 266(4)และมาตรา 341, 83 อันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264, 266(4), 38 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 รวมยี่สิบห้ากรรม ลงโทษจำเลยในข้อหานี้มีกำหนดกรรมละ 1 ปี เรียงกระทงลงโทษจำเลยรวมทั้งสิ้นยี่สิบเจ็ดกระทงตามมาตรา 3, 91(2) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2526 มาตรา 4 เป็นให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 20 ปี และให้จำเลยใช้ราคาสมุดเช็ค 2 เล่ม เป็นเงิน40 บาท กับชดใช้เงินตามเช็ค 220,000 บาท แก่โจทก์ร่วมด้วยคำขอของโจทก์อย่างอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 264, 266(4),341, 83 จำนวน 22 กระทง เมื่อเรียงกระทงลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์2 กรรม ฐานใช้เอกสารปลอมและฉ้อโกง 3 กระทงรวม 5 กรรม จำคุกกรรมละ1 ปี รวมจำคุก 5 ปี ให้จำเลยคืนเงินตามเช็คจำนวน 20,000 บาทแก่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาถลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นพนักงานของโจทก์ร่วมมีหน้าที่ควบคุมดูแลบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน นายบำรุง วงศ์ชุมพิศเป็นลูกค้าของโจทก์ร่วม โดยเปิดบัญชีกระแสรายวัน จำเลยได้ใช้อุบายลักสมุดเช็คของโจทก์ร่วมไป รวม 2 เล่ม เล่มที่ลักในครั้งแรกมี20 ฉบับ และเล่มที่ลักไปครั้งที่สองมี 25 ฉบับ โดยจำเลยกรอกข้อความลงในบัญชีจ่ายเช็คว่า สมุดเช็คดังกล่าวจ่ายให้นายบำรุง วงศ์ชุมพิศต่อมาระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2521 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2522ต่อเนื่องกันได้มีบุคคลนำเช็คที่จำเลยลักไปทั้งสองเล่มดังกล่าวไปกรอกข้อความวันเดือนปี จำนวนเงินตามเช็คนั้น ๆ ร่วม 25 ฉบับรวมเป็นเงิน 220,000 บาท และมีบุคคลนำเช็คปลอมดังกล่าวไปขอรับเงินจากโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมหลงเชื่อว่าเป็นเช็คที่นายบำรุง วงศ์ชุมพิศเป็นผู้สั่งจ่ายจริง จึงจ่ายเงินตามเช็คปลอมนั้น ๆ ให้แก่ผู้ขอรับเงินตามเช็คปลอมนั้นไปรวม 25 ฉบับรวมเป็นเงิน 220,000 บาทโดยจำเลยเป็นผู้นำเช็คดังกล่าวไปขอรับเงิน 3 ฉบับ และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต่อไปว่า "...คดีมีปัญหาว่าเช็คปลอมเอกสารหมายจ.4 ถึง จ.25 ที่บุคคลอื่นนำไปรับเงินนั้นจำเลยได้ร่วมกระทำความผิดใช้เช็คปลอมและฉ้อโกงด้วยหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวนี้เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเช็คปลอมเอกสารหมาย จ.4 ถึง จ.25 เป็นเช็คที่จำเลยลักมาและตามสำนวนข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าเช็คที่จำเลยลักมาดังกล่าวได้สูญหายไป การที่บุคคลอื่นจะนำเช็คที่จำเลยลักมานั้นไปกรอกวันเดือนปี จำนวนเงิน และปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายทำเป็นเช็คปลอมแล้วนำไปขึ้นเงินได้นั้นบุคคลนั้นต้องได้รับเช็คนั้น ๆไปจากจำเลยการที่จำเลยมอบเช็คที่ลักมาให้ผู้อื่นไปกระทำการดังกล่าวเห็นว่าเป็นขั้นตอนที่จะให้สำเร็จผลดังเจตนาของจำเลยกับพวกในการที่จะหลอกลวงเอาเงินโจทก์ร่วม โดยนำเช็คปลอมนั้น ๆ ไปขึ้นเงินตามเช็คปลอมเอกสารหมาย จ.4 ถึง จ.25 จำเลยจึงเป็นตัวการร่วมกับผู้อื่นใช้ตั๋วเงินปลอมและฉ้อโกงโจทก์ร่วมสำหรับเช็คแต่ละฉบับที่นำไปขึ้นเงินซึ่งเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90คดีนี้จำเลยและพวกนำเช็คปลอมไปขึ้นเงินรวม 25 ฉบับ ตามเอกสารหมายจ.4 ถึง จ.28 รวมเป็นเงิน 220,000 บาท จำเลยต้องมีความผิดทุกกรรมรวม 25 กรรม ซึ่งศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยไปแล้ว 3 กรรมพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดให้ลงโทษจำเลยและบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น".

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ต
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - ธนาคาร นครหลวงไทย จำกัด
จำเลย - นาย วิโรจน์ สิงห์สุวรรณ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 83, ม. 268, ม. 341
องค์คณะ
ยนต์ พิรวินิจ
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
สมประสงค์ พานิชอัตรา

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา