ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 อาญา
ฎีกาที่ 2617/2542
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
วันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองและยึดเฮโรอีนกับสิ่งของอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเลยที่ 1ใช้แบ่งบรรจุเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายกับเงินสดของกลางที่จำเลยที่ 2 มาขอซื้อเฮโรอีนและส่งมอบให้แก่จำเลยที่ 1 ไว้ก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะเข้าจับกุมจำเลย ดังนี้ เงินสดของกลางจึงเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยที่ 1 ได้มาโดยได้กระทำความผิดเพราะการจำหน่ายเฮโรอีนซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งคดีนี้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสอง ในข้อหาผลิตเฮโรอีนและมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแม้เงินสดของกลางจะไม่ถือเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ยานพาหนะ หรือวัตถุอื่น ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ฯลฯ อันศาลจะมีอำนาจริบได้ ตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นบทเฉพาะก็ตาม แต่เมื่อเงินสดของกลางจำเลยที่ 1 ได้มาโดยการจำหน่ายเฮโรอีน จึงเป็นเงินที่ได้มาจากการ กระทำผิดโดยตรง ศาลย่อมก็มีอำนาจริบเงินสดของกลางนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(2)
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเฮโรอีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 เพื่อจำหน่ายโดยจำเลยทั้งสองร่วมกันนำเฮโรอีนจำนวน 2 หลอดพลาสติกแบ่งบรรจุในหลอดกาแฟซึ่งตัดสั้นปิดหัวท้ายได้บางส่วนจำนวน 35 หลอดกาแฟ น้ำหนัก 0.78 กรัม และจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเฮโรอีนจำนวน 1 หลอดพลาสติก และ 35 หลอดกาแฟ น้ำหนักรวม1.77 กรัม กับอีก 1 หลอดพลาสติก แต่มีเฮโรอีนจำนวนน้อยไม่อาจชั่งหาน้ำหนักได้ ไว้ในครอบครองของจำเลยทั้งสองเพื่อจำหน่าย เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมเฮโรอีนดังกล่าว หลอดกาแฟตัดสั้น 5 หลอด หลอดกาแฟ 6 หลอด เทียนไข 2 เล่ม ไม้ขีดไฟ 5 กลัก เข็มฉีดยา 2 อัน กระดาษ 1 แผ่น กรรไกร 1 เล่ม ที่จำเลยทั้งสองใช้เป็นเครื่องมือและอุปกรณ์ในการผลิตเฮโรอีนกับเงินสดจำนวน 820 บาท ที่จำเลยทั้งสองได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษหรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65 วรรคสอง, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และริบของกลางจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52(2) คงจำคุก 25 ปี ริบของกลาง ยกฟ้องจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้ริบเงินสดของกลางจำนวน 820 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ริบเงินสดของกลางศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในชั้นนี้ว่าเงินสดของกลางจำนวน 820 บาท เป็นทรัพย์สินที่ศาลมีอำนาจสั่งริบได้หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า คดีนี้แม้เงินสดของกลางจะไม่ได้มาโดยการจำหน่ายเฮโรอีนในคดีนี้โดยตรงและโจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ฐานจำหน่ายเฮโรอีนก็ตาม แต่ศาลก็มีอำนาจใช้ดุลพินิจริบเงินสดของกลางนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(2) ซึ่งโจทก์เห็นว่า ศาลควรสั่งริบเงินสดของกลางจำนวน 820 บาท ด้วยนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 บัญญัติว่า "ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วยคือ (2) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด" ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า วันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองและยึดเฮโรอีนกับสิ่งของอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเลยที่ 1 ใช้แบ่งบรรจุเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายกับเงินสดจำนวน 820 บาท จำเลยที่ 1 ก็รับว่าเงินสด 820 บาท นั้น เป็นเงินที่จำเลยที่ 2 มาขอซื้อเฮโรอีนและส่งมอบให้แก่จำเลยที่ 1 ไว้ก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะเข้าจับกุมจำเลย ดังนี้ จึงฟังได้ว่าเงินสด 820 บาท ของกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยที่ 1 ได้มาโดยได้กระทำความผิดเพราะการจำหน่ายเฮโรอีนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งคดีนี้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาผลิตเฮโรอีนและมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้เงินสด 820 บาท ของกลางนี้จะไม่ถือเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ฯลฯอันศาลจะมีอำนาจริบได้ตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นบทเฉพาะก็ตาม แต่เงินสดของกลางดังกล่าวจำเลยที่ 1 ได้มาโดยการจำหน่ายเฮโรอีน จึงเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดโดยตรง ศาลก็มีอำนาจริบเงินสดจำนวน 820 บาท ของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(2) ดังกล่าวข้างต้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเงินสดจำนวน 820 บาท ของกลางตามคำขอท้ายฟ้องด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด
จำเลย - นาย ทัด เราหะวิไร กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 33 (2)
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 — ม. 102 - องค์คณะ
- ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์
สมชัย สายเชื้อ
อรพินท์ เศรษฐมานิต
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา