ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 อาญา
ฎีกาที่ 2619/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยแทงผู้เสียหายโดยแทงอ้อมผ่านตัวส. ซึ่งกำลังจับมือผู้เสียหายอยู่และผู้เสียหายยืนหันหลังให้จำเลยจำเลยมีโอกาสเลือกแทงผู้เสียหายที่ส่วนใดของร่างกายก็ได้จำเลยเลือกแทงบริเวณรักแร้ซ้ายของผู้เสียหายโดยแรงคมมีดทะลุช่องปอดซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายทั้งยังได้แทงซ้ำอีก1ครั้งที่บริเวณลำคอผู้เสียหายแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยพาอาวุธมีดไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรก็ตามแต่คำขอท้ายฟ้องไม่ได้อ้างประมวลกฎหมายอาญามาตรา371ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดฟ้องโจทก์ฐานพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะจึงขาดการอ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา158(6)เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์สำหรับการกระทำความผิดฐานนี้ศาลจะลงโทษตามบทมาตราดังกล่าวไม่ได้แม้คู่ความมิได้ยกปัญหานี้ขึ้นฎีกาแต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2537 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยพามีดยาวประมาณ 9 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม ไปในซอยหลังวัดประยูรวงศาวาส ถนนประชาธิปก อันเป็นเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร แล้วจำเลยใช้มีดดังกล่าวแทงนายชำนาญ ปลิวมาผู้เสียหาย 2 ครั้ง ถูกบริเวณรักแร้ บาดแผลทะลุช่องปอดและเฉี่ยวลำคอผู้เสียหาย โดยมีเจตนาฆ่า จำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากแพทย์รักษาบาดแผลได้ทันท่วงที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 91และ 288 ริบมีดของกลางจำเลยให้การปฏิเสธข้อหาพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร แต่รับว่าได้ใช้มีดแทงผู้เสียหายเพื่อป้องกันตัวศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 371 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานพยายามฆ่า ตามมาตรา 288, 80 จำคุก 12 ปีฐานพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะตามมาตรา 371ปรับ 90 บาท รวมจำคุก 12 ปี และปรับ 90 บาท จำเลยรับว่าได้ใช้มีดแทงผู้เสียหาย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 ปี และปรับ 60 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบมีดของกลางจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยแทงผู้เสียหายโดยแทงอ้อมผ่านตัวนายสุรพลซึ่งขณะนั้นนายสุรพลกำลังจับมือผู้เสียหายอยู่ และผู้เสียหายยืนหันหลังให้จำเลย จำเลยมีโอกาสเลือกแทงผู้เสียหายที่ส่วนใดของร่างกายก็ได้ แต่จำเลยเลือกแทงบริเวณรักแร้ซ้ายของผู้เสียหายโดยแรงจนคมมีดทะลุช่องปอดซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย ทั้งยังได้แทงซ้ำอีก 1 ครั้งที่บริเวณลำคอผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายหาได้มีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกายดังที่จำเลยฎีกาไม่อนึ่ง คดีนี้ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า จำเลยพามีดยาวประมาณ 9 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม ไปในซอยหลังวัดประยูรวงศาวาสถนนประชาธิปก อันเป็นเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรก็ตามแต่คำขอท้ายฟ้องไม่ได้อ้างมาตรา 371 ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด ฟ้องโจทก์ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะจึงขาดการอ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์สำหรับการกระทำความผิดฐานนี้ ศาลจะลงโทษตามบทมาตราดังกล่าวไม่ได้แม้คู่ความมิได้ยกปัญหานี้ขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ให้จำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับว่าใช้มีดแทงผู้เสียหายนับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 8 ปี ริบมีดของกลาง
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นาย ยงยุทธหรือย้ง วิศิษฎ์เจริญ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 59, ม. 80, ม. 288
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 158 (6), ม. 195 - องค์คณะ
- กนก พรรณรักษา
พิมล สมานิตย์
วัชรพงษ์ ต่อสุวรรณ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา