ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา

ฎีกาที่ 2625/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งความเท็จและฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 และ 177 ไม่ใช่จะมีแต่เฉพาะเจ้าพนักงานเท่านั้น ราษฎรที่ได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4)

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยได้ปลอมวันที่สั่งจ่ายเช็คซึ่งโจทก์ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายมอบให้จำเลยไว้ แล้วต่อมาจำเลยได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่โจทก์เนื่องจากเช็คฉบับดังกล่าวเรียกเก็บเงินไม่ได้ อ้างเหตุว่าจำเลยได้รับเช็คจากโจทก์เพราะโจทก์นำเช็คมาแลกเงินสดความจริงโจทก์ไม่เคยนำเช็คไปแลกเงินสด การแจ้งความของจำเลยดังกล่าวทำให้โจทก์เสียหายถูกจับกุมและดำเนินคดีต่อมาจำเลยได้เบิกความอันเป็นเท็จซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีในการพิจารณาคดีต่อศาลในคดีอาญาว่า โจทก์ได้นำเช็คฉบับดังกล่าวมาแลกเงินสดจากจำเลยซึ่งไม่เป็นความจริงการเบิกความของจำเลยทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 177, 264, 91พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172, 177 เรียงกระทงลงโทษฐานแจ้งความเท็จ จำคุก6 เดือน ฐานเบิกความเท็จ จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 2 ปี6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานปลอมและใช้เอกสารปลอมกับกำหนดโทษในข้อหาที่ศาลชั้นต้นลงโทษไว้ให้หนักขึ้นจำเลยอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งความเท็จและฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172และ 177 นั้นหาใช่จะมีแต่เฉพาะเจ้าพนักงานเท่านั้นไม่ราษฎรที่ได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2(4) เช่นกัน การที่จำเลยแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาจนโจทก์ถูกดำเนินคดีในความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 และการที่จำเลยเบิกความเท็จอันเป็นข้อสำคัญในคดีดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยตรงโจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายและมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานแจ้งความเท็จและฐานเบิกความเท็จได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง พจนีย์ ชลธารน ที
จำเลย - นาง สมบูรณ์ เชาว์เจริญรัตน์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 172, ม. 177
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 2 (4)
องค์คณะ
ประดิษฐ์ เอกมณี
ชลิต ประไพศาล
สุเมธ อุปนิสากร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา