ฎีกา ปี พ.ศ. 2562 แพ่ง

ฎีกาที่ 2629/2562

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การปิดหมาย เจ้าพนักงานศาลผู้ส่งต้องปิดหมายไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลย การที่ผู้ส่งหมายเพียงแต่วางหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณชั้นล่างของอาคารที่จำเลยมีสำนักงานอยู่ที่ชั้น 5 จึงไม่ชอบ กระบวนพิจารณาตั้งแต่การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและภายหลังแต่นั้นมาย่อมไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องบังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 3,283,660 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,222,253 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,283,660 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,222,253 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 มิถุนายน 2558) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่
โจทก์ไม่ยื่นคำคัดค้าน
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ได้ความตามทางไต่สวนและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยไม่มีคู่ความโต้แย้งคัดค้านว่า การส่งหมายเรียกให้ยื่นคำให้การและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2558 เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากในการส่งหมายด้วยวิธีปิดหมาย เจ้าพนักงานศาลผู้ส่งหมายจะต้องจัดการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคหนึ่ง ด้วยการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลย แต่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานศาลผู้ส่งหมายเพียงแต่วางหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณชั้นล่างของอาคารที่จำเลยมีสำนักงานอยู่ที่ชั้น 5 ซึ่งเมื่อการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่ชอบดังกล่าว ต้องถือว่าศาลชั้นต้นยังไม่ได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยและภายหลังแต่นั้นมาย่อมไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย ปัญหานี้เป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมและเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นและคดีไม่จำต้องวินิจฉัยในปัญหาข้ออื่นตามฎีกาของจำเลยต่อไป
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งหมายเรียกให้ยื่นคำให้การและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยและพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย จ.
จำเลย - นาย บ.
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 27 วรรคหนึ่ง, ม. 79 วรรคหนึ่ง, ม. 199 จัตวา, ม. 199 เบญจ
องค์คณะ
ภาวนา สุคันธวณิช
สมยศ เข็มทอง
ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายเฉลิมชัย หิรัญญะสิริ
ศาลอุทธรณ์ - นายประพาฬ อนมาน
หมายเลขคดี
หมายเลขคดีดำ - พ1449/2558
หมายเลขคดีแดง - พ2823/2558

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา