ฎีกา ปี พ.ศ. 2544 แพ่ง

ฎีกาที่ 2679/2544

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การเรียงอุทธรณ์จะต้องตรวจดูข้อความในคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพื่อหาข้อโต้แย้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัย มิฉะนั้นอาจไม่เป็นคำฟ้องอุทธรณ์ตามกฎหมาย ผู้อุทธรณ์จึงจำต้องมีสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ประกอบการเรียงอุทธรณ์ เมื่อคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของโจทก์ที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นในวันสุดท้ายของระยะเวลาอุทธรณ์ได้อ้างเหตุที่โจทก์ไม่อาจยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดว่า โจทก์ได้ขอคัดคำพิพากษาไว้แล้ว เพิ่งพิมพ์แล้วเสร็จและได้รับในวันนั้น จึงเป็นเรื่องนอกเหนือการบังคับของโจทก์ การที่โจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่เพิ่งพิมพ์แล้วเสร็จ ถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชอบที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้โจทก์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 23

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา ๑๐๗,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าขาดประโยชน์ ๒๗,๐๐๐ บาท และรายเดือนเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทน ทั้งนี้มีกำหนดให้เรียกได้ไม่เกิน ๒ ปี นับแต่วันพิพากษาโดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
โจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๒ อ้างว่า โจทก์ได้ขอคัดคำพิพากษาไว้แล้ว แต่เพิ่งพิมพ์แล้วเสร็จ และได้รับในวันนั้นจึงขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก ๑ เดือน นับแต่วันครบกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเรียงอุทธรณ์จะต้องตรวจดูข้อความในคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพื่อหาข้อโต้แย้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัย มิฉะนั้นอาจไม่เป็นคำฟ้องอุทธรณ์ตามกฎหมาย ผู้อุทธรณ์จึงจำต้องมีสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ประกอบการเรียงอุทธรณ์ ตามคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของโจทก์ที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นในวันสุดท้ายของระยะเวลาอุทธรณ์ ได้อ้างเหตุที่โจทก์ไม่อาจยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดว่า โจทก์ได้ขอคัดคำพิพากษาไว้แล้ว เพิ่งพิมพ์แล้วเสร็จและได้รับในวันนั้น จึงเป็นเรื่องนอกเหนือการบังคับของโจทก์ การที่โจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่เพิ่งพิมพ์แล้วเสร็จ ถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชอบที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับ อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แก่โจทก์ ๑๕ วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์ฟัง.

นางสาวอังคณา สินเกษม ย่อ
นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ
นางอัปสร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ

ข้อมูลคดี

คู่ความ
(มหาชน) - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด
1 - นายสมหวัง พลประทิน ที่
2 - นายกิ้มฉอย จันทรานุสนธิ์ ที่
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 23
องค์คณะ
สมศักดิ์ เนตรมัย
วิเทพ ศิริพากย์
ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชัชวาล บุนนาค

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา