ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา
ฎีกาที่ 2692/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษประหารชีวิตจำเลย แม้จำเลยจะอุทธรณ์เพียงขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลดโทษแก่จำเลย โดยมิได้อุทธรณ์ในปัญหาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 3ก็ต้องวินิจฉัยดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสองเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาโดยมิได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33, 80, 91 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 6, 7 ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสองกระทงหนึ่ง ลงโทษประหารชีวิต และตามมาตรา 65 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 52(1) อีกกระทงหนึ่ง จำคุกตลอดชีวิตการรับสารภาพของจำเลยต่อศาลในภายหลังเป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาแต่ประการใด ไม่มีเหตุจะลดโทษให้แก่จำเลย เมื่อศาลลงโทษกระทงแรกถึงประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเรียงกระทงลงโทษทั้งสองกระทงได้ คงลงโทษประหารชีวิตจำเลย ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52, 53 ความผิดตามมาตรา 66 วรรคสอง คงลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ความผิดตามมาตรา 65วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 คงจำคุก 25 ปีรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสำนวนคดีนี้มีว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง กระทงหนึ่งลงโทษประหารชีวิต และตามมาตรา 65 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 82(1) อีกกระทงหนึ่ง จำคุกตลอดชีวิต การรับสารภาพของจำเลยต่อศาลในภายหลังเป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาแต่ประการใด ไม่มีเหตุจะลงโทษแก่จำเลย เมื่อศาลลงโทษกระทงแรกถึงประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเรียงกระทงลงโทษทั้งสองกระทงได้ คงลงโทษประหารชีวิตจำเลย จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษให้โดยอาศัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52, 53 ความผิดตาม มาตรา 66 วรรคสอง (พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522) คงลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ความผิดตามมาตรา 65 วรรคสอง (พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522)ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 คงจำคุก 25 ปี รวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาขอให้ลดโทษแก่จำเลยลงอีกโดยลงโทษจำคุกขั้นต่ำตั้งแต่25 ปี ถึง 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52(2) และเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3)พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3ลดโทษแก่จำเลยโดยอาศัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78เพียงประการเดียว ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็วินิจฉัยคดีเฉพาะการลดโทษเท่านั้น แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยถึงประหารชีวิตแม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ในปัญหาว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็ต้องวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง หากศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยแล้วพิพากษายืน ปัญหาดังกล่าวจึงจะถึงที่สุด เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบเพราะมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาดังบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง สมควรย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวก่อน"พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสองแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ต
จำเลย - นางสาว อึง เซียว บิค - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 245 วรรคสอง
- องค์คณะ
- ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
อากาศ บำรุงชีพ
ปราโมทย์ บุนนาค
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา