ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่งและอาญา
ฎีกาที่ 2695/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของคลองชลประทานซึ่งมีไว้สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304ที่ไม่อาจให้บุคคลใดใช้โดยเฉพาะ จึงเป็นทรัพย์สินที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่อาจมีสิทธิครอบครอง แม้ที่พิพาทจะตื้นเขิน แต่เมื่อยังไม่มีการถอนสภาพตามกฎหมายก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันอยู่ โจทก์ร่วมกับสามีซึ่งเข้าครอบครองโดยมิชอบ จึงไม่ได้สิทธิครอบครอง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วมอันจะเป็นความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 362,364,365
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กับพวกร่วมกันบุกรุก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365, 83 และให้จำเลยรื้อถอนเสาทั้งหมดออกไปภายใน 7 วัน ถ้าเกินกำหนดให้ผู้เสียหายรื้อถอนได้เองจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานางสอาด อุดมสมุทรหิรัญ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 และ 83 จำคุกจำเลยคนละ 2 เดือนจำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่า โจทก์ร่วมกับนายเลี่ยงทง แซ่แต้ สามีที่มิได้จดทะเบียนสมรสได้ร่วมกันซื้อที่ดินและปลูกบ้านอยู่อาศัย เป็นที่ดินอยู่ติดคลองชลประทานอันเป็นทางสาธารณะ ต่อมาคลองชลประทานส่วนที่อยู่หน้าที่ดินโจทก์ร่วมตื้นเขิน โจทก์ร่วมกับนายเลี่ยงทงได้ร่วมกันครอบครองปักไม้ไผ่ทำเป็นรั้วล้อมที่ดินคลองชลประทานส่วนที่ตื้นเขินใช้เป็นที่เลี้ยงเป็ด ต่อมาในวันเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1ซึ่งมีที่ดินอยู่ด้านตรงกันข้ามคนละฝั่งคลองชลประทานได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 นำเสาไม้ปักบนที่ดินคลองชลประทานที่โจทก์ร่วมกับนายเลี่ยงทงใช้เลี้ยงเป็ด และข้อเท็จจริงฟังได้ต่อไปว่าในเวลาต่อมานายเลี่ยงทงสามีโจทก์ร่วมถูกศาลพิพากษาลงโทษฐานบุกรุกคลองชลประทานซึ่งเป็นที่พิพาทนี้ตามพระราชบัญญัติชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือไม่ เห็นว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของคลองชลประทาน ซึ่งมีไว้สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 ที่ไม่อาจให้บุคคลใดใช้โดยเฉพาะจึงเป็นทรัพย์สินที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่อาจมีสิทธิครอบครองที่พิพาทแม้จะตื้นเขิน แต่เมื่อยังไม่มีการถอนสภาพตามกฎหมายก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันอยู่ โจทก์ร่วมกับสามีซึ่งเข้าครอบครองโดยไม่ชอบย่อมไม่ได้สิทธิครอบครองการกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วม อันจะเป็นความผิดฐานบุกรุกตามฟ้องพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - นาง สอาด อุดมสมุทรหิรัญ
จำเลย - นาย นพดล พูล เจริญ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1304, ม. 1367
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 362, ม. 364, ม. 365 - องค์คณะ
- เพ็ง เพ็งนิติ
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
อุระ หวังอ้อมกลาง
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา