ฎีกา ปี พ.ศ. 2543

ฎีกาที่ 2713/2543

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

แม้ในขณะกระทำความผิดจำเลยเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารแต่เมื่ออัยการทหารเห็นว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารและส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินคดี ความเห็นของอัยการทหารที่วินิจฉัยว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นที่สุด แม้พนักงานอัยการจะมีความเห็นที่แตกต่างก็ไม่อาจส่งสำนวนการสอบสวนกลับคืนไปยังอัยการทหารอีกได้ และในกรณีเช่นนี้ศาลพลเรือนจะปฏิเสธไม่ประทับฟ้องคดีดังกล่าวโดยเหตุว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลทหารอีกมิได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยประมาทไปตามถนนสายหนองสำราญ-นาเรือง มุ่งหน้าไปทางตำบลนาเรืองด้วยความเร็วสูงมีนางสาวนารี บุตตะพิมพ์นั่งซ้อนท้าย เมื่อรถแล่นไปถึงบริเวณทางแยกจำเลยได้ขับรถแซงรถของผู้อื่น เป็นเหตุให้รถของจำเลยเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ซึ่งนายเซียง พามาดี ขับอยู่ข้างหน้าและเลี้ยวขวาเพื่อเข้าทางแยก ทำให้นายเซียงถึงแก่ความตาย นางสาวนารีได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 291, 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 92, 93, 143, 151, 157 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535มาตรา 11, 39 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64จำเลยให้การปฏิเสธก่อนเริ่มสืบพยานศาลชั้นต้นสอบโจทก์และจำเลย ได้ความว่าขณะเกิดเหตุจำเลยยังรับราชการทหารประจำการเป็นทหารเกณฑ์กรมทหารราบที่ 21 กองทหารรักษาพระองค์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครโดยเข้ารายงานตัวรับราชการตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2539 และคดีนี้อัยการทหารได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยกระทำโดยประมาทโดยมีพลเรือนคือ นายเซียง พามาดี ผู้ตายเป็นฝ่ายประมาทด้วย จึงส่งสำนวนให้โจทก์ดำเนินคดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ใช่ตัวการร่วมกับพลเรือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือนที่จะพิจารณาพิพากษา จึงให้เพิกถอนคำสั่งประทับฟ้องแล้วสั่งใหม่ว่าไม่รับฟ้อง ให้คืนตัวจำเลยแก่โจทก์เพื่อดำเนินการฟ้องจำเลยต่อศาลที่มีอำนาจโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้ในขณะกระทำผิดจำเลยเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารก็ตาม แต่เมื่ออัยการทหารเห็นว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารและส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว กรณีจึงตกอยู่ในบังคับของมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498ซึ่งบัญญัติว่า "ในกรณีเช่นนี้พนักงานอัยการจะส่งสำนวนกลับคืนไปยังอัยการทหารเพื่อให้ดำเนินคดีนั้นมิได้" แสดงว่ากฎหมายมุ่งประสงค์ให้ถือเอาความเห็นของอัยการทหารที่วินิจฉัยว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นที่สุดแม้พนักงานอัยการจะมีความเห็นที่แตกต่าง ก็ไม่อาจส่งสำนวนการสอบสวนกลับคืนไปยังอัยการทหารอีก ทั้งนี้ก็เพื่อมิให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้งเรื่องเขตอำนาจศาลในการดำเนินคดีที่มีปัญหาคาบเกี่ยวว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลใดระหว่างศาลทหารกับศาลพลเรือน และเมื่อพนักงานอัยการได้รับสำนวนการสอบสวนที่ส่งมาตามบทบัญญัติดังกล่าวก็ต้องพิจารณาฟ้องร้องคดีนั้นต่อศาลพลเรือนโดยถือว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่าคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารให้ดำเนินคดีในศาลพลเรือน และในกรณีเช่นนี้ศาลพลเรือนจะปฏิเสธไม่ประทับฟ้องคดีดังกล่าวโดยเหตุว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลทหารอีกมิได้ ดังนั้น เมื่ออัยการทหารมีความเห็นว่าคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารแล้ว กรณีจึงอยู่ในอำนาจของศาลพลเรือนที่จะพิจารณาพิพากษาคดีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งประทับฟ้องแล้วสั่งใหม่ว่าไม่รับฟ้องและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนคำสั่งประทับฟ้องและไม่รับฟ้องโจทก์ และให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี
จำเลย - พลทหาร วันนา หรือนายวันนา ปีขาล
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 — ม. 15, ม. 50
องค์คณะ
สบโชค สุขารมณ์
ชูชาติ ศรีแสง
ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา