ฎีกา ปี พ.ศ. 2543 แพ่ง
ฎีกาที่ 2800/2543
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
เดิมโจทก์ฟ้อง ก. ขอหย่าและแบ่งสินสมรส ซึ่งมีที่ดินพิพาทนิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี - ลพบุรี จัดสรรให้แก่ ก. สมาชิกนิคมทำประโยชน์รวมอยู่ด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีถึงที่สุดให้ ก. แบ่งสินสมรส ซึ่งรวมที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง โดยขณะนั้นยังไม่มีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทแต่อย่างใด เมื่อกรมประชาสงเคราะห์เป็นบุคคลภายนอกคดีย่อมไม่ใช่คู่ความในคดีเดิม ที่ดินพิพาทจึงอยู่ในบังคับ พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ซึ่งตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวไม่มีบทมาตราใดที่ระบุว่า ก่อนมีการออกโฉนดหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วให้ถือว่าบุคคลที่รัฐอนุญาตให้เข้าทำกินมีสิทธิครอบครองหรือกรรมสิทธิ์เด็ดขาด แต่กลับมีมาตรา 12 บัญญัติว่า "ภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน ผู้ที่ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะโอนที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นไม่ได้ นอกจากการตกทอดโดยทางมรดกหรือโอนไปยัง สหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ แล้วแต่กรณี" และในวรรคสองบัญญัติว่า "ภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ที่ดินนั้นไม่ตกอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี" ดังนั้น ที่ดินพิพาทยังคงเป็นที่ดินที่รัฐยังไม่ได้มอบสิทธิครอบครองให้แก่ ก. ในขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุด เมื่อ ก. เพิ่งได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์และออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทมาภายหลัง จึงไม่ใช่สินสมรสระหว่างโจทก์และ ก. ดังนี้ โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยซึ่งรับโอนมรดกจาก ก. ให้แบ่งที่ดินพิพาทโดยอ้างว่าเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และ ก. ตามคำพิพากษาของศาลได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เดิมนายกิมจุ้ยเป็นโจทก์ ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น เรื่องหย่า สินสมรส ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยหย่าขาดกับโจทก์ และให้จำเลยแบ่งสินสมรสรวมถึงที่ดินจัดสรรให้ทำกินของนิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี - ลพบุรี เนื้อที่ประมาณ ๒๕ ไร่ แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๙๕/๒๕๒๘ ต่อมานายกิมจุ้ยลอบนำที่ดินแปลงดังกล่าวออกโฉนดเลขที่ ๓๒๓๗๘ เนื้อที่ประมาณ ๒๔ ไร่ ๓ งาน ๙ ตารางวา มีชื่อนายกิมจุ้ยถือกรรมสิทธิ์ผู้เดียว อันเป็นการไม่ชอบ เพราะโจทก์มีกรรมสิทธิ์ที่ดินกึ่งหนึ่งและนายกิมจุ้ยทำพินัยกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๓๗๘ ให้แก่จำเลย ต่อมานายกิมจุ้ยถึงแก่กรรม จำเลยจึงรับโอนมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๓๗๘ ขอให้บังคับจำเลยไปแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๓๗๘ เนื้อที่ ๒๔ ไร่ ๓ งาน ๙ ตารางวา ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์กึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่แบ่งแยก ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา
จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นางอัมพรหรืออำพร เลิศพิภพ
จำเลย - นางวัฒนา พฤกษาเจริญสุข - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 1 (11), ม. 55, ม. 57, ม. 145
พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 — ม. 12 - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อ - ลพบุรี จัดสรรที่ดินพิพาทให้แก่
ศาลอุทธรณ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา