ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 อาญา
ฎีกาที่ 2824/2535
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ขับรถจักรยานยนต์เกือบจะเฉี่ยวชนจำเลยทั้งสองและเกิดการต่อว่าต่อขานกันขึ้น และผู้เสียหายได้ท้าทายให้จำเลยทั้งสองตามไปที่บ้าน เมื่อจำเลยทั้งสองไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ได้ถามหาผู้เสียหายเมื่อทราบว่าผู้เสียหายอยู่ในห้องครัว ก็ได้ตามขึ้นไปบนบ้านและเข้าไปในห้องครัวเมื่อพบกับผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 ก็เข้าไปกล่าวหาว่าผู้เสียหายขับรถชนและชกต่อยผู้เสียหาย โดยมีจำเลยที่ 2 เข้าร่วมเตะและถีบการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการหาเรื่องชวนวิวาทและทำร้ายผู้เสียหายในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายเท่านั้น จะถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายยังไม่ได้จึงไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 362 แต่การที่จำเลยทั้งสองเข้าไปทำร้ายผู้เสียหายในเคหสถานของผู้เสีย เป็นเหตุหนึ่งที่แสดงถึงความที่ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายอันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 364 แม้โจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตรา 364 แต่ก็บรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยทั้งสองมีข้อความอันเป็นความผิดตามมาตรา 364เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เช่นนี้ ศาลมีอำนาจลงโทษตามมาตรา 364และบทฉกรรจ์ตามมาตรา 365(1),(2) ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192วรรคสี่.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายมาตรา 83, 362, 365จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365(1)(2) ประกอบมาตรา 83จำคุกคนละ 4 เดือน คำให้การชั้นสอบสวนและคำเบิกความเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ 3 เดือนจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าจำเลยทั้งสอง กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่... พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากทางนำสืบของโจทก์และจำเลยทั้งสองฟังได้รับกันว่าก่อนที่จำเลยทั้งสองจะเข้าไปในบ้านผู้เสียหายในวันเกิดเหตุนั้นผู้เสียหายได้ขับรถจักรยานยนต์เกือบจะเฉี่ยวชนจำเลยทั้งสองและเกิดการต่อว่าต่อขานกันขึ้น และผู้เสียหายได้ท้าทายให้จำเลยทั้งสองตามไปที่บ้านเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองจึงตามไปและเกิดการโต้เถียงและชกต่อยกันขึ้นที่บ้านผู้เสียหายซึ่งได้ความจากคำเบิกความของนางคำไถ่ วันโท พี่ผู้เสียหายพยานโจทก์รับฟังได้ตรงกับคำเบิกความของจำเลยที่ 1 ว่า เมื่อจำเลยทั้งสองไปถึงบ้านที่เกิดเหตุจำเลยที่ 1 ได้ถามหาผู้เสียหายและเมื่อทราบว่าผู้เสียหายอยู่ในห้องครัวกำลังทำกับข้าวก็ตามขึ้นไปบนบ้านและเข้าไปในห้องครัวผู้เสียหายก็เบิกความยืนยันว่าจำเลยที่ 1 เข้าไปกล่าวหาว่าผู้เสียหายขับรถชนและชกต่อยผู้เสียหายโดยมีจำเลยที่ 2เข้าร่วมเตะและถีบด้วย ดังนี้การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการหาเรื่องชวนวิวาทและทำร้ายผู้เสียหายในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายเท่านั้นจะถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายยังไม่ได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ตามฟ้อง แต่การที่จำเลยทั้งสองเข้าไปทำร้ายผู้เสียหายในเคหสถานของผู้เสียหายเป็นเหตุหนึ่งที่แสดงถึงความที่ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายอันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 364 อยู่ด้วยฉะนั้นแม้โจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตรา 364 แต่ได้บรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยทั้งสองมีข้อความอันเป็นความผิดตามมาตรา 364เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เช่นนี้ศาลมีอำนาจลงโทษตามมาตรา 364และบทฉกรรจ์ตามมาตรา 365(1), (2) ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่..."พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365(1), (2) ประกอบมาตรา 364, 83 จำคุกคนละ 4 เดือนคำให้การชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ 3 เดือน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อุบลราชธานี
จำเลย - นาย ไพจิตร ศ รี พราย กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 364
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 192 วรรคสี่ - องค์คณะ
- เสมอ อินทรศักดิ์
บุญศรี กอบบุญ
สุทธิ นิชโรจน์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา