ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 อาญา

ฎีกาที่ 2835/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยมีอายุไม่เกิน17ปีก่อนเริ่มพิจารณาศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยเรื่องทนายความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา173วรรคสองจึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบทำให้จำเลยเสียเปรียบในการดำเนินคดีศาลฎีกาชอบที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา208(2)ประกอบด้วยมาตรา225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา173วรรคสองที่ให้ศาลสอบถามจำเลยเรื่องทนายเป็นบทบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองสิทธิของจำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่แม้ข้อกฎหมายนี้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่างทั้งสองแต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ จำเลย ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 33,83 ริบของกลางจำเลย ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 83 ให้ จำคุก 4 เดือน จำเลย ให้การรับสารภาพเป็น ประโยชน์ แก่ การ พิจารณา มีเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษ ให้ กึ่งหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คง จำคุก 2 เดือน ริบของกลางจำเลย อุทธรณ์ ขอให้ รอการลงโทษศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืนจำเลย ฎีกา ขอให้ รอการลงโทษ โดย ผู้พิพากษา ซึ่ง พิจารณาและ ลงชื่อ ใน คำพิพากษา ศาลชั้นต้น อนุญาต ให้ ฎีกา ใน ปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า คดี นี้ จำเลย มี อายุ ไม่เกิน สิบ เจ็ด ปี ใน วันที่ถูก ฟ้อง ต่อ ศาล แต่ ปรากฏว่า ก่อน เริ่ม พิจารณา ศาลชั้นต้น มิได้ สอบถามจำเลย เรื่อง ทนาย ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173วรรคสอง ซึ่ง เป็น บทบัญญัติ ที่ ให้ ความคุ้มครอง สิทธิ ของ จำเลย ใน การต่อสู้ คดี อย่าง เต็มที่ แม้ ข้อกฎหมาย นี้ มิได้ ยกขึ้น ว่า กัน มา แล้ว ในศาลล่าง ทั้ง สอง แต่ ก็ เป็น ข้อกฎหมาย ที่ เกี่ยวกับ ความสงบ เรียบร้อยซึ่ง ศาลฎีกา มีอำนาจ หยิบยก ขึ้น วินิจฉัย ได้ จึง เป็น เรื่อง ที่ศาลชั้นต้น มิได้ ปฏิบัติ ให้ ถูกต้อง ตาม กระบวนพิจารณา อันเป็นกระบวนพิจารณา ที่ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ เห็น ได้ว่า ทำให้ จำเลยเสียเปรียบ ใน การ ดำเนินคดี เพราะ หาก จำเลย มี ทนาย ช่วยเหลือทนาย อาจ ดำเนินคดี รักษา ผลประโยชน์ ให้ เกิด ผล ดี แก่ จำเลย เกี่ยวกับ รายงานการ สืบเสาะ และ พินิจ ของ พนักงานคุมประพฤติ ซึ่ง ศาลชั้นต้น ใช้ ประกอบดุลพินิจ ใน การ ลงโทษ จำเลย ก็ ได้ ศาลฎีกา จึง เห็น เป็น การ จำเป็นที่ จะ ให้ ศาลชั้นต้น ดำเนิน กระบวนพิจารณา และ พิพากษา ใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208(2), 225พิพากษายก คำพิพากษา ของ ศาลชั้นต้น และ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1ให้ ศาลชั้นต้น ทำการ พิจารณา พิพากษา ใหม่ ตาม รูปคดี ต่อไป

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด
จำเลย - นาย สมหมาย สวนงาม
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 173 วรรคสอง, ม. 195, ม. 208 (2), ม. 225
องค์คณะ
สมบัติ เดียวอิศเรศ
สุนพ กีรติยุติ
เสริม บุญทรงสันติกุล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา