ฎีกา ปี พ.ศ. 2529

ฎีกาที่ 2841/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

คู่มือพนักงาน ฯ หมวดที่ 5 ข้อ 5.3 การครบเกษียณอายุ ตามข้อ 5.3.1 นั้น ปกติพนักงานชายจะเกษียณอายุเมื่อมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แต่มีข้อยกเว้นตามข้อ 5.3.3 ว่า จำเลยผู้เป็นนายจ้างหรือพนักงานของจำเลยซึ่งเป็นพนักงานชายที่มีอายุ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป แต่ละฝ่ายอาจขอให้รับการปลดเกษียณก่อนมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ก็ได้ ซึ่งหากจำเลยผู้เป็นนายจ้างหรือพนักงานผู้เป็นลูกจ้างขอให้รับการปลดเกษียณก่อนดังกล่าวแล้วย่อมมีผลเป็นการปลดเกษียณโดยได้รับเงินบำเหน็จด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนการลาออกตามข้อ 5.2 นั้น เป็นเรื่องที่ลูกจ้างขอเลิกสัญญาจ้างแรงงานกรณีที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิขอให้ได้รับการปลดเกษียณตามข้อ 5.3.3 หรือมีสิทธิตามข้อ 5.3.3 แต่ลูกจ้างไม่ประสงค์จะให้ได้รับสิทธิเช่นนั้นเท่านั้นโจทก์มีหนังสือแจ้งแก่จำเลยว่า โจทก์ขอลาเกษียณอายุก่อนกำหนด ขอได้พิจารณาอนุมัติตามระเบียบต่อไป จึงเป็นเรื่องโจทก์ใช้สิทธิขอลาเกษียณอายุก่อนกำหนดตามข้อ 5.3.3 แม้โจทก์จะอ้างว่า โจทก์มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ไว้ด้วย ก็เป็นเพียงเหตุที่โจทก์ไม่ประสงค์จะปฏิบัติงานจนมีอายุครบ 60 บริบูรณ์ จึงขอใช้สิทธิตามข้อ 5.3.3 เท่านั้น รูปเรื่องจึงมิใช่ขอลาออกตามข้อ5.2 แต่เป็นเรื่องจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุแล้ว จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุ จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมจ่ายขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยได้มีระเบียบที่เรียกว่าคู่มือพนักงานหมวดที่ 5ว่าด้วยการพ้นจากการเป็นพนักงาน ซึ่งในข้อ 5.3.3 กำหนดว่า "บริษัทหรือตัวพนักงานเองอาจขอให้พนักงานได้รับการปลดเกษียณก่อนครบเกษียณอายุโดยได้รับเงินบำเหน็จดังกล่าวข้างต้นได้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีก่อนครบเกษียณอายุ โดยแจ้งความจำนงให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน " ข้อ 5.3.1 กำหนดว่า "พนักงานขายผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ถือว่าครบเกษียณอายุ " โจทก์มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ข้อ 5.3.3ที่จะขอเกษียณอายุได้ จำเลยไม่ได้ให้โจทก์ออกโดยไม่มีความผิด แต่โจทก์ขอลาออกโดยอ้างว่าสุขภาพไม่สมบูรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 212,700 บาทให้แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่า การลาออกของโจทก์ตามระเบียบของจำเลยข้อ 5.3 เป็นการเลิกจ้างหรือไม่ เห็นว่า ตามคู่มือพนักงานบริษัทล็อกซเล่ย์ (กรุงเทพฯ) จำกัด เอกสารหมาย จ.ล.3 หมวดที่ 5การพ้นจากการเป็นพนักงาน ข้อ 5.3 การครบเกษียณอายุ โดยข้อ 5.3.1 กำหนดว่าพนักงานชายผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และพนักงานหญิงผู้มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ถือว่าครบเกษียณอายุ และข้อ 5.3.1 กำหนดว่า บริษัทหรือตัวพนักงานเองอาจขอให้พนักงานได้รับการปลดเกษียณก่อนครบเกษียณอายุ โดยได้รับเงินบำเหน็จดังกล่าวข้างต้นได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปีก่อนครบเกษียณอายุ โดยแจ้งความจำนงให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน เช่นนี้ จึงเห็นได้ชัดถึงความหมายของการเกษียณอายุของลูกจ้างของจำเลยได้ว่า ตามปกติแล้วพนักงานชายจะเกษียณอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ส่วนพนักงานหญิงจะเกษียณอายุเมื่อมีอายุครบ55 ปีบริบูรณ์ แต่ก็มีข้อยกเว้นไว้ว่า จำเลยผู้เป็นนายจ้างก็ดีหรือพนักงานของจำเลยซึ่งเป็นพนักงานชายที่มีอายุ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือพนักงานหญิงที่มีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปก็ดี แต่ละฝ่ายอาจขอให้รับการปลดเกษียณก่อนมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และ 55 ปีบริบูรณ์ ตามลำดับก็ได้ ซึ่งหากจำเลยผู้เป็นนายจ้าง หรือพนักงานผู้เป็นลูกจ้างขอให้รับการปลดเกษียณก่อนดังกล่าวแล้ว ก็ย่อมมีผลเป็นการปลดเกษียณด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนการลาออกตามข้อ 5.2 นั้นเป็นเรื่องที่ลูกจ้างขอเลิกสัญญาจ้างแรงงานกรณีที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิขอให้ได้รับการปลดเกษียณตามข้อ 5.3.3หรือมีสิทธิตามข้อ 5.3.3 แต่ลูกจ้างไม่ประสงค์จะให้ได้รับสิทธิเช่นนั้นเท่านั้นสำหรับคดีนี้โจทก์ได้มีหนังสือตามเอกสารหมาย จ.ล.1 แจ้งแก่จำเลยว่าโจทก์ขอลาเกษียณอายุก่อนกำหนด ขอให้พิจารณาอนุมัติตามระเบียบต่อไปจึงเป็นเรื่องโจทก์ใช้สิทธิตามข้อ 5.3.3 แม้โจทก์จะอ้างว่าโจทก์มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ไว้ด้วยก็เป็นเพียงเหตุที่โจทก์ไม่ประสงค์จะปฏิบัติงานจนมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์จึงขอใช้สิทธิตามข้อ 5.3.3 เท่านั้น รูปเรื่องจึงมิใช่โจทก์ขอลาออกตามข้อ 5.2แต่เป็นเรื่องจำเลยเลิกจ้างโจทก์ เพราะเหตุเกษียณอายุแล้วพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายวินิต โสภณพิศ
จำเลย - บริษัทล็อกซเล่ย์ (กรุงเทพ ฯ) จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน
องค์คณะ
มาโนช เพียรสนอง
สมบูรณ์ บุญภินนท์
เพียร สุมิระ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา