ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา

ฎีกาที่ 286/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลย เนื่องจากคำซัดทอดของผู้กระทำผิดคนอื่นในชั้นสอบสวน ในชั้นศาลผู้ซัดทอดเบิกความว่า คนที่กระทำความผิดไม่ใช่จำเลย คำซัดทอดชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่าไม่มีน้ำหนักพอจะฟังลงโทษจำเลยได้.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 26, 75, 76, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 8 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) ลงวันที่ 17 กันยายน 2522 เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 ข้อ 4(1)จำเลยให้การปฎิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคสอง ประกอบมาตรา76 วรรคสอง จำคุก 3 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในคืนเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับนายสมควร ชาแสนในข้อหามีกัญชาน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายพร้อมรถจักรยานยนต์ของจำเลยหนึ่งคัน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยร่วมกระทำผิดกับนายสมควร ชาแสนหรือไม่ จ่าสิบตำรวจณรงค์ พลไชย สิบตำรวจเอกลำปาง บุญฑลและพลตำรวจสมัครไพศาล ศรีกระแจะ พยานโจทก์เบิกความว่า ขณะตั้งจุดตรวจเห็นรถจักรยานยนต์แล่นมาหนึ่งคัน เรียกให้หยุด เมื่อรถหยุดชายคนที่ขับรถจักรยานยนต์วิ่งหนีเข้าป่าไป ส่วนคนที่นั่งซ้อนท้ายจับไว้ได้ชื่อนายสมควร ชาแสน ค้นพบกัญชา 2 ถุง และยึดรถจักรยานยนต์ไว้ด้วย พยานโจทก์ดังกล่าวคงมีแต่พลตำรวจสมัครไพศาลเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เบิกความว่าจำคนที่หลบหนีได้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะไม่รู้จักมาก่อน ต่อมาอีกเกือบปีเมื่อจับจำเลยได้พยานจึงจำได้ว่าคนที่หลบหนีเข้าป่าในคืนเกิดเหตุคือจำเลย เห็นว่าเหตุเกิดเวลากลางคืนที่เกิดเหตุไม่มีแสงสว่างคงมีแต่แสงไฟฉายของตำรวจ พลตำรวจสมัครไพศาล เห็นคนที่หลบหนีเพียงแวบเดียวไม่น่าเชื่อว่าพยานปากนี้จะจำคนที่หลบหนีได้เพราะไม่รู้จักมาก่อนเหตุที่จับจำเลยมาให้พยานปากนี้ดูหลังจากเกิดเหตุเกือบปีก็จับเพราะคำซัดทอดในชั้นสอบสวนของนายสมควร ชาแสน แต่ในชั้นศาลนายสมควร ชาแสน กลับเบิกความว่า คนขับรถจักรยานยนต์ที่หลบหนีไปในคืนเกิดเหตุ ชื่อนายเพลินไม่ใช่จำเลยนี้ โจทก์คงมีแต่คำซัดทอดของนายสมควร ชาแสนในชั้นสอบสวนซึ่งเป็นพยานบอกเล่าไม่มีน้ำหนักพอจะฟังลงโทษจำเลยได้ คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกระทำผิดกับนายสมควร ชาแสน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สกลนคร
จำเลย - นาย ประจักษ์ มี นิสัย
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 226
องค์คณะ
สกล เหมือนพะวงศ์
อัมพร ทองประยูร
โสภณ จันเทรมะ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา