ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 2893/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน 290,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2ฎีกาว่า ป. มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย จำเลยที่ 2 จึงรับผิดไม่เกินครึ่งหนึ่งของค่าสินไหมทดแทนทั้งหมด ดังนี้ ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นการโต้แย้งในข้อเท็จจริงและจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามาศาลฎีกาก็วินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 2 ไม่ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเลินเล่อชนรถจักรยานยนต์คันที่จ่าอากาศเอกประพันธ์บุตรของโจทก์ทั้งสองขับสวนทางมาเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตและรถจักรยานยนต์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 400,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 27 กันยายน 2531 ซึ่งเป็นวันละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ระหว่างพิจารณา โจทก์ทั้งสองยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาต และให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1ออกจากสารบบความจำเลยที่ 2 ให้การว่า เหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความประมาทปราศจากความระมัดระวังของจ่าอากาศเอกประพันธ์แต่เพียงฝ่ายเดียวและค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินไปศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน290,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์โดยสารเลี้ยวตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของจ่าอากาศเอกประพันธ์อย่างกะทันหัน โดยจ่าอากาศเอกประพันธ์ไม่สามารถหยุดรถได้ทันเหตุเกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 และฟังไม่ได้ว่าเหตุเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของจ่าอากาศเอกประพันธ์ด้วยพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน 290,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 27 กันยายน2531 จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจ่าอากาศเอกประพันธ์มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย จำเลยที่ 2 จึงรับผิดไม่เกินครึ่งหนึ่งของค่าสินไหมทดแทนทั้งหมด เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นการโต้แย้งในข้อเท็จจริงและจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามา ศาลฎีกาก็วินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 2ไม่ได้พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 2
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย พุธ ภักดิ์สร สิทธิ์ กับพวก
จำเลย - นาย สุกิจ โกมะหะ วงศ์ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 248
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2534 — ม. 18 - องค์คณะ
- จเร อำนวยวัฒนา
อุดม มั่งมีดี
สุชาติ ถาวรวงษ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา