ฎีกา ปี พ.ศ. 2543 แพ่ง
ฎีกาที่ 2900/2543
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
กำหนดระยะเวลาในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมายวิธีสบัญญัติ มิใช่เรื่องอายุความแห่งสิทธิเรียกร้องอันจะอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติว่าด้วยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันเป็นกฎหมายสารบัญญัติ จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับอายุความสะดุดหยุดลงมาใช้บังคับแก่คดีนี้ได้ เมื่อหนี้ที่ค้างชำระโจทก์ มิได้ดำเนินการบังคับคดีเสียภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษา โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสอง โจทก์จึงไม่อาจนำหนี้ที่พ้นกำหนดเวลาบังคับคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลายได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยไม่ชำระหนี้และไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่โจทก์จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ จำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลายจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้โจทก์ครบถ้วนแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความและเป็นหนี้ที่ไม่อาจนำมาฟ้องร้องให้บังคับคดีได้จำเลยทั้งสองไม่เป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "หนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2529 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2530 ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคม 2532 จำเลยที่ 2 นำเงินมาชำระให้โจทก์ 1,550,000 บาท โจทก์นำหนี้ตามคำพิพากษามาฟ้องเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2541 ซึ่งพ้นกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วที่โจทก์อ้างว่า การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2และจำเลยที่ 2 นำเงินมาชำระแก่โจทก์ จึงมีผลให้อายุความแห่งหนี้สะดุดหยุดลงตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2532 แล้วนั้น เห็นว่า เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว โจทก์ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 กำหนดระยะเวลาดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมายวิธีสบัญญัติ มิใช่เรื่องอายุความแห่งสิทธิเรียกร้องอันจะอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติว่าด้วยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันเป็นกฎหมายสารบัญญัติ จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับอายุความสะดุดหยุดลงมาใช้บังคับแก่คดีนี้ได้ การที่โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองภายในกำหนด 10 ปี และจำเลยที่ 2 นำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์บางส่วนนั้น ก็เป็นเพียงขั้นตอนในการบังคับคดี เมื่อหนี้ที่ค้างชำระโจทก์มิได้ดำเนินการบังคับคดีเสียภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสอง โจทก์จึงไม่อาจนำหนี้ที่พ้นกำหนดเวลาบังคับคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลายได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท ทิพยสิน จำกัด
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ.ชูสินอุตสาหกรรม กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 193/14
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 271
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 14 - องค์คณะ
- พีรพล จันทร์สว่าง
จำลอง สุขศิริ
วัฒนชัย โชติชูตระกูล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา