ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา

ฎีกาที่ 293/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยได้รับมอบถุงอาวุธปืนจากชายผู้อ้างว่าเป็นคนขับรถแท็กซี่แล้ว จำเลยได้ติดตามหาเจ้าของเพื่อมอบอาวุธปืนคืนเมื่อไม่พบเจ้าของก็ตั้งใจจะมอบแก่เจ้าพนักงานตำรวจตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาของจำเลย แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อน ดังนี้พฤติการณ์แห่งคดีไม่แสดงว่าจำเลยมีเจตนามีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครองและพกพาไปในทางสาธารณะ จำเลยไม่มีความผิดฐานมีและพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 92, 371 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครอง จำคุก 2 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะ ให้ลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปีของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ส่วนของกลางให้ริบโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 7.65 มม. 1 กระบอก ซึ่งไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับกับกระสุนปืนขนาดเดียวกันจำนวน 7 นัดบนรถยนต์คันหมายเลข 6 ของมูลนิธิปอเต็กตึ้ง ซึ่งมีจำเลยเป็นผู้ขับ คดีมีปัญหาว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของสิบตำรวจตรีพินันท์เจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมตรวจค้นและจับกุมจำเลยพยานโจทก์ตอบคำถามค้านและถามติงว่าในชั้นตรวจค้นจับกุมจำเลยให้การว่า เก็บอาวุธปืนและกระสุนปืนได้จากบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุรถชน กับได้ความจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกแสงทิพย์เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมจำเลยพยานโจทก์อีกปากหนึ่ง ซึ่งตอบคำถามค้านว่า ในชั้นตรวจค้นจับกุม จำเลยแจ้งให้ทราบว่ากำลังจะนำอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวไปมอบให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจ แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน ซึ่งเจือสมกับทางนำสืบของจำเลยว่าเมื่อจำเลยได้รับมอบถุงใส่อาวุธปืนจากผู้ที่อ้างว่าเป็นคนขับรถแท็กซี่จำเลยได้รายงานต่อนายพิชัยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยและนายพิชัยได้สั่งให้จำเลยนำไปมอบแก่เจ้าพนักงานตำรวจ นอกจากนี้ยังได้ความจากคำเบิกความของนายพิชัยพยานจำเลยด้วยว่า พยานทำงานในตำแหน่งหัวหน้าควบคุมพนักงานแผนกฌาปนกิจ จำเลยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของพยานวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 5 นาฬิกา พยานได้รับแจ้งโดยทางวิทยุจากจำเลยว่าได้พบอาวุธปืนในที่เกิดเหตุรถชนกันซึ่งอยู่ในเขตที่จำเลยทำงานอยู่ พยานได้สั่งให้จำเลยสอบหาเจ้าของที่โรงพยาบาลใกล้ที่เกิดเหตุ หากไม่พบก็ให้นำไปมอบแก่เจ้าพนักงานตำรวจประจำท้องที่จากคำเบิกความของพยานโจทก์และพยานจำเลยดังกล่าวรับฟังได้ว่า เมื่อจำเลยได้รับมอบถุงอาวุธปืนจากชายผู้อ้างว่าเป็นคนขับรถแท็กซี่แล้วจำเลยได้ติดตามหาตัวเจ้าของเพื่อมอบอาวุธปืนคืน เมื่อไม่พบเจ้าของก็ตั้งใจจะมอบแก่เจ้าพนักงานตำรวจตามคำสั่งของนายพิชัย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาแต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อน พฤติการณ์แห่งคดีไม่แสดงว่าจำเลยมีเจตนามีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครองและพกพาไปในทางสาธารณะ พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด
จำเลย - นาย สุวิท เสตะ จันทร์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 371
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 226, ม. 227
พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 — ม. 7, ม. 8 ทวิ
องค์คณะ
จิระ บุญพจนสุนทร
สมาน เวทวินิจ
สมิทธิ วราอุบล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา