ฎีกา ปี พ.ศ. 2543 อาญา
ฎีกาที่ 2983/2543
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติว่า จำเลยกระทำความผิดในระหว่างที่ศาลรอการลงโทษจำคุกในคดีก่อน ศาลชั้นต้นนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาประกอบการใช้ดุลพินิจเป็นไม่รอการลงโทษให้จำเลย โดยไม่นำโทษจำคุกที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ โจทก์ไม่อุทธรณ์ถือว่าโจทก์พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์การพิจารณาพิพากษาชั้นอุทธรณ์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 212 บัญญัติว่า คดีที่จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาที่ให้ลงโทษห้ามมิให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย เว้นแต่โจทก์จะได้อุทธรณ์ในทำนองนั้น ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้จึงไม่ชอบ
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 2 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติแล้ว จำเลยเคยกระทำความผิด ซึ่งศาลจังหวัดนนทบุรีได้ให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีครั้งหนึ่งแล้ว แต่จำเลยมากระทำความผิดคดีนี้อีกในระยะเวลาที่ศาลจังหวัดนนทบุรีรอการลงโทษ จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 216/2541 ของศาลจังหวัดนนทบุรีมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมเป็นจำคุก 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลจังหวัดนนทบุรีรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 216/2541 มาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ชอบหรือไม่ เห็นว่า หลังจากที่ศาลชั้นต้นนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยที่ปรากฏในรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติมาประกอบการใช้ดุลพินิจเป็นไม่รอการลงโทษให้จำเลยโดยไม่นำโทษจำคุกที่ศาลจังหวัดนนทบุรีรอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้แล้ว โจทก์ไม่อุทธรณ์ถือว่าโจทก์พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ การพิจารณาพิพากษาชั้นอุทธรณ์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 บัญญัติว่า คดีที่จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาที่ให้ลงโทษ ห้ามมิให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยเว้นแต่โจทก์จะได้อุทธรณ์ในทำนองนั้น ฉะนั้น เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ปัญหาเรื่องการบวกโทษแล้ว บทบัญญัติมาตรานี้ห้ามศาลอุทธรณ์นำเรื่องการบวกโทษขึ้นมาวินิจฉัยอีกเพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้จึงไม่ชอบพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนนทบุรี
จำเลย - นาย สุพรหรือหนู แดงโชติ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 58
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 212 - องค์คณะ
- ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์
จำรูญ แสนภักดี
วสันต์ ตรีสุวรรณ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา