ฎีกา ปี พ.ศ. 2533
ฎีกาที่ 3016/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ตามบทบัญญัติมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ไม่ว่าจะเป็นการเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างด้วยเหตุอันใด นายจ้างจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานเสียก่อนเสมอจึงจะเลิกจ้างได้
จำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์ร่วมซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2529 โดยมิได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานกลางก่อน เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติ มาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ต้องรับโทษตาม มาตรา 143 และต้องถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่วันดังกล่าว แม้ต่อมาภายหลังจำเลยทั้งสองจะยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางขออนุญาตเลิกจ้างโจทก์ร่วม และศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์ร่วมโดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2529 ก็ตาม ก็ไม่มีผลให้การกระทำของจำเลยทั้งสองที่เป็นความผิดอยู่แล้วกลายเป็นการกระทำที่ไม่เป็นความผิดไปได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔๕, ๕๒, ๑๔๓ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งอสฝมีความผิดตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๕๒, ๑๔๓ จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคล จึงไม่อาจบังคับโทษจำคุกได้ ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ๕๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ คำขออื่นให้ยก
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๕๒ บัญญัติว่า "ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้าง...คณะกรรมการลูกจ้าง...เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน" ตามบทบัญญัติของมาตรานี้ไม่ว่ากรณีจะเป็นการเลิกจ้างจากเหตุอันใดสำหรับกรรมการลูกจ้างแล้ว นายจ้างจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานเสียก่อนเสมอจึงจะเลิกจ้างได้ ตามข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว จำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์ร่วมซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง เมื่อวันที่ ๑๙พฤษภาคม ๒๕๒๙ โดยมิได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานกลางก่อน จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรานี้ ต้องรับโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๔๓ และต้องถือว่าการกระทำของจำเลยเกิดเป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙ อันเป็นวันเลิกจ้างซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์กฎหมายมิได้บัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อมีการกระทำผิดสำเร็จแล้ว ผู้กระทำไม่อาจจะแก้ไขการกระทำที่ล่วงพ้นไปแล้วอันเป็นความผิดให้มิใช่เป็นการกระทำผิดได้ ที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางขออนุญาตเลิกจ้างโจทก์ร่วมกับพวก ซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างเมื่อวันที่ ๒๙พฤษภาคม ๒๕๒๙ เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นหลังจากที่จำเลยทั้งสองได้กระทำการอันเป็นความผิดสำเร็จแล้ว ถึงแม้ศาลแรงงานกลางจะมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์ร่วมกับพวกโดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙ อันเป็นวันที่จำเลยทั้งสองกระทำผิดสำเร็จก็ไม่มีผลให้การกระทำของจำเลยทั้งสองที่เป็นความผิดอยู่แล้วกลายเป็นการกระทำที่ไม่เป็นผิดไปได้ เพราะในวันที่มีการเลิกจ้างนั้น ต้องถือตามความเป็นจริงว่า ยังไม่มีการขออนุญาตศาลแรงงานกลางหรือคำสั่งอนุญาตให้เลิกจ้างของศาลแรงงานกลางอยู่เลย จำเลยทั้งสองจะนำเอาคำสั่งของศาลแรงงานกลางมาอ้างให้พ้นผิดไม่ได้
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต
โจทก์ร่วม - นายฉลอง ขอมงคลธารากุล กับพวก
จำเลย - บริษัทอ่าวขามไทย จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 — ม. 52, ม. 143
- องค์คณะ
- อุดม เฟื่องฟุ้ง
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
อากาศ บำรุงชีพ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายสบโชค สุขารมณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา