ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 3017/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินอยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยโจทก์ซื้อและรับโอนสิทธิครอบครองมาจาก ช. ส่วนจำเลยเป็นผู้ซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่1206 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากการขายทอดตลาดของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย จำเลยได้ยื่นคำคัดค้านการขอรังวัดออกโฉนดที่ดินของโจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากการขายทอดตลาดของศาล โจทก์เพิ่งทราบว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยดังกล่าวออกมาทับที่ดินของโจทก์หมดทั้งแปลง การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวดังนี้ คำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดของศาลโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด แม้ศาลจะให้โจทก์สืบพยานหลักฐานไปตามคำฟ้องก็คงต้องฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยซื้อที่ดินโดยสุจริตจากการขายทอดตลาดของศาลอยู่นั่นเอง และสิทธิของจำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330นอกจากนี้การที่จำเลยไปคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ก็เป็นการใช้สิทธิของตนตามกฎหมาย หาได้เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ไม่โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินจำนวน 19 ไร่1 งาน 67 ตารางวา โดยซื้อและรับโอนสิทธิครอบครองมาจากนายชูชาติจำเลยเป็นผู้ซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 1206 เนื้อที่ 36 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา จากการขายทอดตลาดของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้นโจทก์ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย จำเลยได้ยื่นคำคัดค้านการขอรังวัดออกโฉนดที่ดินของโจทก์เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1206 หมู่ที่ 2ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อเจ้าพนักงานภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทตามฟ้องโจทก์เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยึดไว้เพื่อนำออกขายทอดตลาดในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล.41/2523 ของศาลแพ่ง จำเลยเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลหรือคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลาย สิทธิในที่ดินพิพาทของจำเลยย่อมมิเสียไปถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าที่ดินพิพาทจะมิใช่ของบุคคลล้มละลายก็ตาม โจทก์มิได้เสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินอยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 19 ไร่ 1 งาน 67 ตารางวา โดยโจทก์ซื้อและรับโอนสิทธิครอบครองมาจากนายชูชาติ สุขประเสริฐ ส่วนจำเลยเป็นผู้ซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 1206 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จำนวน 36 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา จากการขายทอดตลาดของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายจำเลยได้ยื่นคำคัดค้านการขอรังวัดออกโฉนดที่ดินของโจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากการขายทอดตลาดของศาล โจทก์เพิ่งทราบว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยดังกล่าวออกมาทับที่ดินของโจทก์หมดทั้งแปลง การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดของศาลโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด ดังนี้แม้จะให้โจทก์สืบพยานหลักฐานไปตามคำฟ้อง ก็คงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยซื้อที่ดินโดยสุจริตจากการขายทอดตลาดของศาลอยู่นั่นเอง และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังกล่าวแล้ว สิทธิของจำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 ซึ่งบัญญัติว่า "สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลหรือคำสั่งเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ในคดีล้มละลายนั้น ท่านว่ามิเสียไป ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลย หรือลูกหนี้โดยคำพิพากษาหรือผู้ล้มละลาย" นอกจากนี้การที่จำเลยไปคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ก็เป็นการใช้สิทธิของตนตามกฎหมายหาได้เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาวาอากาศเอก ฉัตรชัย ชุตินันท์
จำเลย - นางสาว จินต นา คุ้ม วงศ์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1330
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55 - องค์คณะ
- สะสม สิริเจริญสุข
กู้เกียรติ สุนทรบุระ
ชัยนาท พันตาวงศ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา