ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่งและอาญา
ฎีกาที่ 3032/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่กล่าวหาว่าหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยเอกสาร แม้ว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีอาญาอันเนื่องจากการกระทำเดียวกัน แต่คดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องเนื่องจากโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 กรณีของโจทก์คดีนี้จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 51 จึงต้องใช้อายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคแรก.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2525 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามด้วยการโฆษณาด้วยเอกสาร ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกายน 2525เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน 52,000 บาท ขอบังคับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหาย 52,000 บาทแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 52,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสี่ให้การว่า ได้ร่วมกันยื่นหนังสือร้องเรียนโจทก์จริง การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด เพราะจำเลยได้ทำไปเพื่อความชอบธรรมของประชาชนโดยส่วนรวม ข้อความที่ร้องเรียนก็เป็นความจริง หากโจทก์เสียหายก็ไม่เกิน 1,000 บาท ฟ้องโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้โดยกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสี่หมิ่นประมาทโจทก์ด้วยเอกสาร แม้ว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีอาญาอันเนื่องจากการกระทำเดียวกันแต่คดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องเนื่องจากโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เครื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96ปรากฏตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4464/2529 กรณีของโจทก์คดีนี้จึงไม่อยู่ในหลกัเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51จึงต้องใช้อายุควา 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวจะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 วรรคแรกโจทก์บรรยายฟ้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอาญาเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2525 แสดงว่าโจทก์ต้องรู้ว่าจำเลยทั้งสี่กระทำการดังที่โจทก์กล่าวอ้างก่อนหน้านั้น หรืออย่างช้าในวันดังกล่าวโจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่5 เมษายน 2528 เกินกำหนด 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังขึ้น"พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย ยุติ เกิด กล้า
จำเลย - นาย ใส มิ่ง เมือง กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 448
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 51 - องค์คณะ
- อุดม เฟื่องฟุ้ง
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
อากาศ บำรุงชีพ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา