ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา
ฎีกาที่ 3082/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
พยานโจทก์มีเหตุที่สงสัยไม่น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองจะเป็นคนร้ายชิงทรัพย์ เป็นเหตุในลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์ฎีกาก็ตามศาลฎีกาก็พิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ด้วย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๙ และ ๓๔๐ ตรี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคานาฬิกาข้อมือ สร้อยคอทองคำ กระเป๋าพร้อมเงินสดให้แก่ผู้เสียหายทั้งสอง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสองและวรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๓ จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามมาตรา ๓๔๐ ตรีอีกด้วย ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ กำหนด ๑๘ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ กำหนด ๑๒ ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๖,๖๕๐ บาทแก่ผู้เสียหายทั้งสอง
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ยังมีเหตุที่สงสัยไม่น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองจะเป็นคนร้ายชิงทรัพย์ผู้เสียหายทั้งสองจริง ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น
อนึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อไม่น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายแล้ว จึงเป็นเหตุในลักษณะคดีให้มีผลถึงจำเลยที่ ๒ ซึ่งไม่อุทธรณ์ด้วย
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งหมด ปล่อยจำเลยทั้งสอง
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่า
จำเลย - นายวิโชค ลิ่มเจริญ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 213, ม. 227
- องค์คณะ
- สุชาติ จิวะชาติ
เสรี แสงศิลป์
อำนวย เปล่งวิทยา - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายประเสริฐ โกวิทยา
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี กอบบุญ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา