ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา
ฎีกาที่ 3087/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานชิงทรัพย์ จำคุกคนละ10 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 หนึ่งในสามเป็นจำคุก 13 ปี 4 เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 93กึ่งหนึ่งเป็นจำคุก 15 ปีจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด 7 ปี 6 เดือนจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกาปรากฏว่าจำเลยทั้งสองพ้นโทษในคดีก่อนที่เป็นเหตุเพิ่มโทษก่อนวันที่ 6 เมษายน 2525ไปแล้วจึงได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์200ปีพ.ศ.2526 ถือว่าจำเลยที่ 1 ไม่เคยถูกลงโทษในความผิดนั้นมาก่อนและเหตุดังกล่าวเป็นเหตุในลักษณะคดีมีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ที่ไม่มีฝ่ายใดฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 จึงเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองไม่ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339,83 กับขอให้เพิ่มโทษาจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 92 และเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามาตรา 93และริบมีดของกลางจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษพ้นโทษจริงตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 339 วรรคสาม ลงโทษจำคุกคนละ 10 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 92อีก 1 ใน 3 เป็นจำคุก 13 ปี 4 เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 93 กึ่งหนึ่งเป็นจำคุก15 ปี จำเลยที่ 2 รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด7 ปี 6 เดือน ริบมีดของกลางจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดดังโจทก์ฟ้องแต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 92 เนื่องจากจำเลยที่ 1 เคยต้องโทษฐานมีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษจำคุก9 เดือน ตามคดีหมายเลขแดงที่ 14364/2522 ของศาลอาญามาก่อนนั้นปรากฏว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดในคดีดังกล่าวก่อนวันที่ 6 เมษายน 2525 และพ้นโทษไปก่อนแล้วย่อมได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์200 ปี พ.ศ. 2526 ถือว่าจำเลยที่ 1 ไม่เคยถูกลงโทษในความผิดดังกล่าวมาก่อน และเห็นว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93(13) เนื่องจากจำเลยที่ 2 เคยต้องโทษฐานลักทรัพย์จำคุก 1 ปี ตามคดีหมายเลขแดงที่ 2467/2521 ของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) มาก่อน และจำเลยที่ 2 กระทำผิดในคดีดังกล่าวก่อนวันที่ 6 เมษายน 2525 และพ้นโทษไปก่อนแล้วเช่นเดียวกัน เหตุดังกล่าวเป็นเหตุในลักษณะคดี จึงมีผลถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งไม่มีฝ่ายใดฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ดังนั้นจึงเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 339 วรรคสาม ซึ่งแก้ไขแล้ว ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 10 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพตามฟ้อง เป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 5 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ
จำเลย - นายสมคิด วรรณยุภา หรือวันยุพา หรืออุทิศ ดิลกศรี กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 92, ม. 93, ม. 339
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 213
พระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ.2526 — ม. 4 - องค์คณะ
- วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
โสภณ รัตนากร
ไพรัช วงศ์วัฒนะ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา