ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 แพ่ง
ฎีกาที่ 3091/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารโรงงานและบ้านพัก ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ได้ก่อสร้างครบถ้วนตามสัญญาแล้ว โจทก์จึงมิใช่ฝ่ายผิดสัญญา ที่จำเลยฎีกาอ้างว่าปริมาณงานในงวดสุดท้ายยังมีงานที่หลงเหลือมาจากงวดอื่น ๆ รวมทั้งงานเก็บกวาด ทำความสะอาด และบริเวณก่อสร้าง โจทก์จึงยังมิได้ดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จครบถ้วนตามสัญญานั้น จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีไว้ เพิ่งหยิบยกข้ออ้างในชั้นฎีกาจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
จำเลยอ้างว่า ตามสัญญาโจทก์จะต้องส่งงานงวดสุดท้าย และจัดหาให้ธนาคารพาณิชย์ค้ำประกันความเสียหายอันเนื่องมาจากการก่อสร้างภายใน 1 ปี นับแต่จำเลยได้รับมอบงาน จำเลยจึงจะคืนเงินประกันให้โจทก์ เมื่อโจทก์ยังไม่จัดหาให้ธนาคารพาณิชย์ค้ำประกันความเสียหาย จำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินประกันข้อเท็จจริงปรากฏว่านับแต่โจทก์ได้ส่งมอบงานงวดสุดท้ายให้จำเลยถึงวันฟ้อง เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปีแล้ว ก็ไม่ปรากฏความเสียหายใด ๆ หลังจากการส่งมอบงาน ดังนั้น ความจำเป็นที่โจทก์จะต้องนำธนาคารมาค้ำประกันความเสียหายจึงหมดไป จำเลยจึงไม่อาจยกเป็นเหตุไม่ยอมคืนเงินประกันความเสียหายแก่โจทก์ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารโรงงานห้องเย็น โรงน้ำแข็ง และบ้านพัก โดยแบ่งงวดงานและชำระราคาเป็น ๑๒ งวด โจทก์ก่อสร้างและส่งมอบงานงวดสุดท้ายให้จำเลยแล้ว แต่จำเลยชำระค่าก่อสร้างให้โจทก์ ๑๑ งวดและยังมิได้คืนเงินประกันความเสียหายที่หักไว้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินที่ค้างและคืนเงินประกันให้โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์ก่อสร้างงานงวดที่ ๑๒ ยังไม่แล้วเสร็จ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินที่ค้าง พร้อมทั้งคืนเงินที่หักไว้เป็นประกันความเสียหายให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ได้ก่อสร้างครบถ้วนตามสัญญาแล้ว โจทก์จึงไม่ใช่ฝ่ายผิดสัญญาส่วนที่จำเลยฎีกาอ้างว่าปริมาณงานในงวดที่ ๑๒ ยังมีงานที่หลงเหลือมาจากงวดอื่น ๆ รวมทั้งงานเก็บกวาด ทำความสะอาดและบริเวณก่อสร้าง โจทก์จึงยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญานั้น จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จำเลยเพิ่มมาหยิบยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙
ที่จำเลยฎีกาต่อมาว่า จำเลยมีสิทธิยึดเงินประกันที่หักไว้จากค่าจ้างในแต่ละงวด เพราะตามสัญญาโจทก์จะต้องส่งงานงวดสุดท้ายและโจทก์ได้จัดหาให้ธนาคารพาณิชย์ค้ำประกันความเสียหายอันเนื่องมาจากก่อสร้างอาคาร ภายในระยะเวลา ๑ ปี นับแต่จำเลยได้รับมอบงานแล้วแก่จำเลย ดังนั้นจำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินประกันให้โจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ส่งมอบงานงวดสุดท้ายครบถ้วนแล้ว คงมีปัญหาเฉพาะที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ยังไม่ได้จัดหาให้ธนาคารพาณิชย์ค้ำประกันความเสียหายแก่จำเลยเห็นว่า นับแต่โจทก์ได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย ถึงวันฟ้องคดีนี้ เป็นเวลาเกินกว่า ๑ ปีแล้ว ไม่ปรากฏว่าความเสียหายใด ๆ หลังจากมีการส่งมอบงาน ดังนั้น ความจำเป็นที่โจทก์จะต้องนำธนาคารมาค้ำประกันความเสียหายจึงหมดไปจำเลยจึงไม่อาจยกเป็นเหตุไม่ยอมคืนเงินประกันความเสียหายให้แก่โจทก์ได้
พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิลป์การช่าง
จำเลย - องค์การอุตสาหกรรมห้องเย็น - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 368, ม. 587
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 249 - องค์คณะ
- วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
โสภณ รัตนากร
ไพรัช วงศ์วัฒนะ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา