ฎีกา ปี พ.ศ. 2544 อาญา

ฎีกาที่ 3098/2544

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายไปไม่เกิน 0.500 กรัม ที่จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมายนั้นผู้กระทำต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง หรือใช้ประโยชน์ซึ่งเมทแอมเฟตามีนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 21 มาตรา 30 และมาตรา 62 แห่ง พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 แต่ตามข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งเมทแอมเฟตามีนและไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้ขายเมทแอมเฟตามีนตามมาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง การที่จำเลยมีไว้เพื่อขายและขายเมทแอมเฟตามีนมีน้ำหนัก 0.45 กรัม จึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2538 เวลากลางวัน จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายและขาย เมทแอมเฟตามีนมิใช่มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองซึ่งเป็นความผิดคนละฐาน แม้ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ก็ตาม จำเลยจะนำ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และมาตรา 67 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเรื่องการมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มาใช้บังคับไม่ได้ ทั้งโทษฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ก็ไม่เป็นคุณแก่จำเลย กรณีของจำเลยจึงต้องปรับบทตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๓๘ เวลากลางวัน จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ใน ประเภท ๒ จำนวน ๕ เม็ด น้ำหนัก ๐.๔๕ กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อขาย และจำเลยขายเมทแอมเฟตามีน ๒ เม็ด น้ำหนัก ๐.๑๘ กรัม อันเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่มีไว้เพื่อขายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา ๑๐๐ บาท อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้และยึดเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้เพื่อขาย เมทแอมเฟตามีนที่ขายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ และเงิน ๓,๐๗๐ บาท ซึ่งจำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๖, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖, ๑๑๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข และริบเงินของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙ จำคุก ๕ ปี คำให้การจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขและริบเงิน ๓,๐๗๐ บาท ของกลางที่จำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้ริบเงินจำนวน ๓,๐๗๐ บาท ของกลาง นอกจากที่ แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาแต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยประการแรกจำเลยฎีกาว่า จำเลยได้รับความคุ้มครองตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๓๖ ลงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๓๖ โดยอ้างว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองไม่เกิน ๐.๕๐๐ กรัม จึงไม่เป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครอง เพื่อขายและขายตามกฎหมาย เห็นว่า กรณียกเว้นที่จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมายจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง หรือใช้ประโยชน์ซึ่งเมทแอมเฟตามีนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๒๑ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ แต่ตามข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งเมทแอมเฟตามีนและก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้ขายเมทแอมเฟตามีนตามมาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง แต่ประการใด การที่จำเลยมีไว้เพื่อขายและขายเมทแอมเฟตามีนน้ำหนัก ๐.๔๕ กรัม จึงไม่เข้า ข้อยกเว้นที่จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย
ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปมีว่าจะปรับบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายฉบับใด จำเลยฎีกาว่า จำเลยมี เมทแอมเฟตามีนคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ ๐.๖๓ กรัม (ที่ถูกจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนน้ำหนัก .๐๔๕ กรัม) ไม่ถึง ๒๐ กรัม ต้องปรับบทลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๗ เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายเมทแอมเฟตามีน มิได้วินิจฉัยว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดคนละฐาน แม้ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็น ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็ตาม จำเลยจะนำพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๗ ซึ่งเป็นบทบัญญัติเรื่องการมีไว้ในครอบครองซึ่ง ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ มาใช้บังคับไม่ได้ ทั้งโทษฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็ไม่เป็นคุณแก่จำเลย กรณีของจำเลยจึงต้องปรับบทตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นายสมชาย ชัยวิจิตร
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 3
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 — ม. 5, ม. 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, ม. 21, ม. 30, ม. 62
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ.2536) ลงวันที่ 19 มกราคม 2536
องค์คณะ
สบโชค สุขารมณ์
ชูชาติ ศรีแสง
ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลอาญา - นายไพฑูรย์ อุ้ยมาก
ศาลอุทธรณ์ - นายพีระพล พิชยวัฒน์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา