ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง
ฎีกาที่ 31/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 1 รวมพร้อมกัน 7 แปลง จำเลยที่ 1 ร้องคัดค้านต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ขายที่ดินของจำเลยที่ 1 แยกทีละแปลง โดยอ้างว่าเจ้าพนักงานประเมินราคาที่ดินแปลงหนึ่งไว้ในราคาตารางวาละ 2,000 บาท ราคาที่ดินทั้งแปลงมีจำนวนถึง 1,160,000 บาท แต่หนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยมีเพียง 421,000 บาท หากขายที่ดินแปลงดังกล่าวแปลงเดียวก็เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว ดังนี้ หากความจริงเป็นดังที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้าง ก็มีเหตุผลเพียงพอที่ศาลอาจพิจารณาอนุญาตให้ขายที่ดินของจำเลยที่ 1 ทีละแปลงดังที่จำเลยที่ 1 ร้องขอได้ศาลชั้นต้นชอบที่จะไต่สวนคำร้อง ของ จำเลยที่ 1 เสียก่อนที่จะพิจารณาสั่งคำร้อง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ ๑ รวมพร้อมกัน ๗ แปลง จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ร้องคัดค้านต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ขายที่ดินดังกล่าวแยกจากกันทีละแปลง เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ มาดำเนินการร้องต่อศาล ซึ่งจำเลยที่ ๑ เห็นว่า การขายที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ ๓๓๘๖๘ ก็จะได้เงินพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว หากขายรวมพร้อมกันทุกแปลง จะทำให้จำเลยที่ ๑เสียหาย ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้ขายที่ดินของจำเลยที่ ๑ แยกทีละแปลง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการชั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อนให้ยกคำร้อง
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ ๑ นั้น จำเลยที่ ๑ให้เหตุผลว่า เจ้าพนักงานประเมินราคาที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๓๘๖๘ แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ ๑ ไว้ในราคาตารางวาละ ๒,๐๐๐ บาท ราคาที่ดินทั้งแปลงมีจำนวนถึง ๑,๑๖๐,๐๐๐ บาท แต่หนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยมีเพียง ๔๒๑,๐๐๐ บาท หากขายที่ดินแปลงนี้แปลงเดียวก็เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว การขายที่ดินของจำเลยที่ ๑ อีก ๖ โฉนด พร้อมกับที่ดินแปลงดังกล่าวจะทำให้จำเลยที่ ๑ เสียหาย ศาลฎีกาเห็นว่า หากความจริงเป็นดังที่จำเลยที่ ๑ กล่าวอ้างในคำร้อง ก็มีเหตุผลเพียงพอที่ศาลอาจพิจารณาอนุญาตให้ขายที่ดินของจำเลยที่ ๑ ทีละแปลงดังที่จำเลยที่ ๑ ร้องขอได้ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ ๑ เสียก่อนที่จะพิจารณาสั่งคำร้อง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นางอรพินท์ เนติกฤษฎา
จำเลย - นายสำอางค์ เทพสง่า กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 21 (4), ม. 284 วรรคแรก, ม. 309
- องค์คณะ
- ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
สวิน อักขรายุธ
ชุม สุกแสงเปล่ง - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลแพ่ง - นายจตุรงค์ ฉินวิวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา