ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 3145/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 เรื่องระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ข้อ 32 วรรคสอง บัญญัติว่า กรมมีอธิบดีเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการ รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรม ฯลฯ เช่นนี้ ต้องถือว่าโจทก์มีอธิบดีคนเดียวเท่านั้นเป็นผู้แทน จะถือว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนของโจทก์เป็นผู้แทนของโจทก์ด้วยหาได้ไม่ เมื่อปรากฏว่าอธิบดีโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนวันที่ 18กุมภาพันธ์ 2528 นับถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2529 ซึ่งเป็นวันฟ้องยังไม่พ้นกำหนด 1 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลมีนายจำลอง ศาลิคุปตเป็นอธิบดี จำเลยที่ 1 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 2 และเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-3546 ระยอง จำเลยที่ 2ได้ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวด้วยความประมาท ชนหลักกันเสาไฟฟ้าจำนวน 2 ต้น เสาไฟฟ้าแสงสว่างชนิดกิ่งเดียวจำนวน 1 ต้น ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 27,038.75 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า เหตุคดีนี้เกิดตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม2526 และโจทก์รู้ถึงตัวผู้จะต้องรับผิดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2526โจทก์นำคดีมาฟ้องในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2529 เป็นระยะเวลาเกินกว่า1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 27,038.75บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 22,300บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีที่ฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยที่ 1 ฎีกาในข้อกฎหมายว่า ผู้แทนโจทก์ตามกฎหมายมิใช่หมายถึงอธิบดีแต่ผู้เดียว เจ้าหน้าที่ทั้งหลายของโจทก์ถือว่าเป็นผู้แทนของโจทก์ด้วย คดีนี้เจ้าหน้าที่ของโจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2526นับถึงวันฟ้องเกิน 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทกรมในรัฐบาล มีนายจำลองศาลิคุปต เป็นอธิบดี ตามวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องจำเลยที่ 2ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 1 ชนหลักกันเสาไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าของโจทก์เสียหาย นายจำลองอธิบดีโจทก์ทราบเรื่องราวและตัวผู้จะพึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ของโจทก์เมื่อวันที่18 กุมภาพันธ์ 2528 ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 218 เรื่องระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ข้อ 32 วรรคสองบัญญัติว่า กรมมีอธิบดีเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการ รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรม ฯลฯ เช่นนี้ต้องถือว่าโจทก์มีนายจำลองอธิบดีคนเดียวเท่านั้นเป็นผู้แทน จะถือว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนของโจทก์เป็นผู้แทนของโจทก์ด้วยหาได้ไม่ เมื่อปรากฏว่านายจำลองอธิบดีโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2528 นับถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2529 ซึ่งเป็นวันฟ้องยังไม่พ้นกำหนด 1 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้วพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - กรมทางหลวง
จำเลย - นาง พจนีย์ นก เหมือน กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 448
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218
องค์คณะ
สมศักดิ์ วิธุรัติ
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
อัครวิทย์ สุมาวงศ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา