ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 3191/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

แม้ปรากฏว่าคดีต้องมีการเลื่อนการพิจารณาหลายครั้ง แต่ก็เป็นเพราะเจ้าพนักงานที่ดินยังทำแผนที่พิพาทตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่เสร็จ โจทก์เพิ่งขอเลื่อนการพิจารณาครั้งแรกในวันที่10 พฤษภาคม 2532 เนื่องจากพยานโจทก์มีกิจธุระจำเป็นมาศาลไม่ได้และขอเลื่อนการพิจารณาเป็นครั้งที่สอง ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2532โดยอ้างว่าทนายโจทก์ป่วย และได้ส่งใบรับรองแพทย์ต่อศาล ซึ่งทนายจำเลยทั้งสี่ไม่คัดค้าน และศาลชั้นต้นไม่ได้สงสัยว่าทนายโจทก์ไม่ป่วยจริง จึงต้องฟังว่าทนายโจทก์ป่วยตามที่อ้างการป่วยเจ็บย่อมเป็นเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ทั้งการที่จะไม่อนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาและถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบก็มีผลให้โจทก์ไม่มีโอกาสนำพยานเข้าสืบ ย่อมทำให้เสียความยุติธรรมได้ การที่ศาลชั้นต้นด้วยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการสืบพยานโจทก์และถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบย่อมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40 วรรคแรก

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันไประวังชี้แนวเขตหรือรับรองแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ตามรูปแผนที่โฉนดของเจ้าพนักงานที่ดิน หากจำเลยทั้งสี่ไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน โดยจำเลยทั้งสี่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยทั้งสี่มิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ แต่ได้กระทำไปตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริตตามกฎหมายและตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และกระทำการไปตามหลักฐานที่ทางราชการมีอยู่ตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมายมิได้กลั่นแกล้งโจทก์ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า ที่ดินของโจทก์มีรูปที่ดินและแนวเขตที่ดินตามแผนที่ท้ายฟ้องหมายเลข 6 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานใหม่ แล้วพิพากษาตามรูปคดีจำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้แม้ปรากฏว่าต้องมีการเลื่อนการพิจารณาหลายครั้ง แต่ก็เป็นเพราะเจ้าพนักงานที่ดินยังทำแผนที่พิพาทตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่เสร็จ โจทก์เพิ่งขอเลื่อนการพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 10 พฤษภาคม 2532 เนื่องจากพยานโจทก์มีกิจธุระจำเป็นมาศาลไม่ได้ และขอเลื่อนการพิจารณาเป็นครั้งที่สองในวันที่ 24 พฤษภาคม 2532 โดยอ้างว่าทนายโจทก์ป่วยและได้ส่งใบรับรองแพทย์ต่อศาลด้วย ซึ่งทนายจำเลยทั้งสี่ก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องการป่วยของทนายโจทก์ ศาลชั้นต้นก็ไม่ได้สงสัยว่าทนายโจทก์ไม่ป่วยจริง จึงต้องฟังว่าทนายโจทก์ป่วยตามที่ทนายโจทก์อ้างจริง การป่วยเจ็บย่อมเป็นเหตุจำเป็นอันไม่อาจจะก้าวล่วงเสียได้ ทั้งการที่จะไม่อนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาและถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ก็มีผลให้โจทก์ไม่มีโอกาสนำพยานเข้าสืบย่อมทำให้เสียความยุติธรรมได้ การที่ศาลชั้นต้นด่วนมีคำสั่งดังกล่าว ย่อมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 40 วรรคแรก ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัท อยู่ เจริญ วิสาห กิจ จำกัด
จำเลย - กรุงเทพมหานคร กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 40 วรรคแรก
องค์คณะ
ชูชาติ ศรีแสง
นาม ยิ้มแย้ม
วินัย วิมลเศรษฐ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา