ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา
ฎีกาที่ 3227/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การร้องขอคืนของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 เป็นการใช้สิทธิทางศาลอย่างหนึ่ง ผู้ร้องต้องกระทำการโดยสุจริต ผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยแต่ น. ผู้เช่าซื้อรถบรรทุกของกลางและเป็นผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนผู้ร้อง มีพฤติการณ์ว่ารู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย และไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้กลับเข้าครองรถบรรทุกของกลางพยานหลักฐานผู้ร้องก็ฟังไม่ได้ว่าได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้วทั้งผู้ร้องไม่เคยติดต่อขอรับรถบรรทุกของกลางคืนจากพนักงานสอบสวนแต่ น. ผู้เช่าซื้อเป็นผู้ติดต่อขอรับคืน ดังนี้ เห็นได้ว่าผู้ร้องยอมให้ น. ใช้ชื่อผู้ร้องในการขอคืนของกลางเพื่อประโยชน์แก่ น. ซึ่งเป็นผู้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่มีเหตุที่ศาลจะสั่งคืนให้ได้.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดฐานใช้รถบรรทุกน้ำหนักเกินอัตรา ให้ลงโทษจำเลยและริบรถบรรทุกของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถบรรทุกของกลางได้ให้ผู้อื่นเช่าซื้อ และผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้คืนรถบรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนรถบรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ผู้ร้องจะไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดคดีนี้ แต่นายนริศวงศ์ภมรมนตรี ผู้เช่าซื้อและเป็นผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนผู้ร้องเบิกความว่า นายนริศมีอาชีพรับจ้างบรรทุกทราย หินและดิน ขณะเกิดเหตุรับจ้างบรรทุกทราบไปที่หมู่บ้านบางบัวทองโดยจำเลยเป็นคนขับ รถบรรทุกของกลางและวันเกิดเหตุจำเลยได้ นำรถไปบรรทุกทรายให้นายอนันต์วงศ์ ภมรมนตรี น้องชายนายนริศ พฤติการณ์ดังนี้ นายนริศจะอ้างว่าไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำของจำเลยย่อมฟังไม่ขึ้น ส่วนการดำเนินคดีขอคืนรถบรรทุกของกลางนั้น ผู้ร้องคงมีนายฉัตรชัย โพธาร นางพงษ์ ลูกจ้างผู้ร้องเป็นพยานเบิกความลอย ๆ ว่า ผู้ร้องได้บอกเลิกสัญญาไปยังผู้เช่าซื้อโดยไม่ได้อ้างส่งเอกสารบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อศาลทั้ง ๆ ที่ผู้ร้องมีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้กลับเข้าครองรถบรรทุกของกลางแต่อย่างใด คงได้ความจากนายฉัตรชัย พยานผู้ร้องเพียงว่าผู้เช่าซื้อยังชำระเงินค่าเช่ารื้อ ให้ไม่ครบ แต่นายฉัตรชัย ก็ไม่ทราบว่าค้างชำระค่าเช่าซื้อกันกี่งวดและจำนวนเงินเท่าใด เนื่องจากไม่มีเอกสารการชำระค่าเช่าซื้อมาแสดง คำเบิกความของนายฉัตรชัย เกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ จึงฟังเป็นจริงไม่ได้ นอกจากนี้นายฉัตรชัย ไม่เคยติดต่อขอรับรถบรรทุกของกลางคืนจากพนักงานสอบสวน คงได้ความจากร้อยตำรวจโทธนู พนักงานสอบสวนว่านายนริศผู้เช่าซื้อเป็นผู้มาติดต่อขอรับรถคืน ดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าผู้ร้องยอมให้นายนริศใช้ชื่อผู้ร้องในการขอคืนของกลางคดีนี้ก็เพื่อประโยชน์แก่นายนริศนั่นเองการร้องขอคืนของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 นั้น เป็นการใช้สิทธิทางศาลอย่างหนึ่งซึ่งผู้ร้องจะต้องกระทำการโดยสุจริต เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องมิใช่ผู้ขอคืนที่แท้จริง แต่เป็นการขอคืนเพื่อประโยชน์นายนริศซึ่งเป็นผู้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดเช่นนี้จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต กรณีจึงไม่มีเหตุที่ศาลจะคืนให้ได้พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นนทบุรี
ผู้ร้อง - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ตั้ง เฮงฮวด พาณิชย์
จำเลย - นาย พิชิต แสง เลื่อม - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 36
- องค์คณะ
- สมชัย ศิริบุตร
อากาศ บำรุงชีพ
ชลิต ประไพศาล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา