ฎีกา ปี พ.ศ. 2534

ฎีกาที่ 3236/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จ่าสิบตำรวจ ส. ผู้ล่อซื้อฝิ่นส่งมอบเงินค่าซื้อฝิ่นให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 ยืนอยู่ด้วย จำเลยที่ 1 นับเงินแล้วส่งให้จำเลยที่ 2 ตรวจนับเงินต่อ พร้อมทั้งจำเลยที่ 1 ได้มอบฝิ่นให้แก่จ่าสิบตำรวจ ส. การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวจึงเป็นการร่วมกันขายหรือจำหน่ายฝิ่นตามความหมายของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 แล้ว.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีฝิ่นอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 จำนวน 5 ห่อ น้ำหนักสุทธิรวม 1,007 กรัม อันเป็นฝิ่นสุกมีปริมาณมอร์ฟีน ร้อยละ 14.1 คำนวณเป็นปริมาณเมอร์ฟีนบริสุทธิ์หนัก 141.9 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับใบอนุญาต จำเลยทั้งสองร่วมกันจำหน่ายฝิ่นดังกล่าวจำนวน 1 ห่อน้ำหนักสุทธิ 964 กรัม อันเป็นส่วนหนึ่งของฝิ่นที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่อเป็นเงิน 22,000บาท ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,6, 7, 8, 17, 69, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2528 มาตรา 3, 4, 6, 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91ริบฝิ่นของกลาง และอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการกระทำผิดเว้นแต่ธนบัตรของกลางขอให้คืนแก่เจ้าของจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้องลงโทษฐานร่วมกันมีฝิ่นอันเป็นยาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 8 ปี ฐานร่วมกันจำหน่ายอันเป็นยาเสพติดให้โทษจำคุกคนละ 8 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 16 ปี จำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์ในการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสามและลดโทษให้จำเลยที่ 2 หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี 8 เดือนจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี ริบฝิ่นและอุปกรณ์ในการกระทำความผิดของกลาง ส่วนธนบัตรของกลางที่โจทก์ขอให้คืนแก่เจ้าของนั้นได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่า ในชั้นสอบสวนได้คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของไปแล้ว จึงไม่สั่งคืนให้อีกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า คำขอให้ริบอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการกระทำความผิดให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4 หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ข้อเท็จจริงได้ความตามคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจสำเริง ชัยชนะสงครามว่าได้ส่งมอบเงินค่าซื้อฝิ่นให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2ยืนอยู่ด้วย จำเลยที่ 1 นับเงินแล้วส่งให้จำเลยที่ 2 ตรวจนับเงินต่อพร้อมทั้งจำเลยที่ 1 ได้มอบฝิ่นให้แก่จ่าสิบตำรวจสำเริง ผู้ล่อซื้อฝิ่นนั้น เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขายหรือเป็นการจำหน่ายฝิ่นตามความหมายของบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวข้างต้นแล้วพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์
จำเลย - นาง ยุ พิน แตกช่อ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 — ม. 4
องค์คณะ
วินัย กันนะ
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
ราเชนทร์ จัมปาสุต

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา