ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 อาญา

ฎีกาที่ 3254/2541

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การรอการกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นั้นไม่มีบทบัญญัติกฎหมายห้ามมิให้ศาลใช้อำนาจรอการกำหนดโทษในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุก 10 ปี หรือที่มีอัตราโทษหนักกว่า 10 ปี ในเมื่ออัตราขั้นต่ำของความผิดนั้นศาลพิพากษาลงโทษได้ตั้งแต่ 2 ปีลงมาโดยเฉพาะคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งความผิดที่จำเลยกระทำมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ศาลย่อมมีอำนาจรอการกำหนดโทษได้แม้ศาลจะกำหนดโทษจำคุกเกิน 2 ปี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 106 ก็ตาม การรอการกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าศาลจะพิพากษาจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปีจึงไม่จำต้องระบุไว้ในคำพิพากษาว่าจะพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี โดยเฉพาะความผิดในคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งให้อำนาจศาลพิพากษารอการกำหนดโทษได้แม้ว่าจะกำหนดโทษจำคุกจำเลยเกินกว่า 2 ปีก็ไม่จำต้องระบุไว้ในคำพิพากษาว่าจะลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 18, 67จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 67 ขณะกระทำผิดจำเลยอายุ 17 ปีเศษ พิเคราะห์รายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลกแล้ว เห็นว่า ความประพฤติโดยทั่วไปของจำเลยไม่มีอะไรเสียหาย จำเลยเพิ่งกระทำผิดคดีนี้เป็นครั้งแรกผู้ปกครองประสงค์จะรับจำเลยกลับไปอยู่ด้วยโดยจะควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้จำเลยกระทำผิดอีกจึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีสักครั้ง อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ให้รอการกำหนดโทษจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ โดยให้จำเลยมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ห้ามจำเลยคบเพื่อนที่มีความประพฤติไม่ดีห้ามเสพยาเสพติดทุกชนิด และห้ามเที่ยวเตร่ในเวลากลางคืนโจทก์อุทธรณ์ขอให้กำหนดโทษและส่งตัวจำเลยไปสถานฝึกอบรมศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ศาลมีอำนาจรอการกำหนดโทษในคดีอัตราโทษจำคุก 10 ปีหรือไม่ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งโจทก์ได้อุทธรณ์ไว้แล้ว แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยให้เห็นว่า การรอการกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นั้นไม่มีบทบัญญัติกฎหมายห้ามมิให้ศาลใช้อำนาจรอการกำหนดโทษในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุก 10 ปี หรือที่มีอัตราโทษหนักกว่า10 ปี ในเมื่ออัตราขั้นต่ำของความผิดนั้น ศาลพิพากษาลงโทษได้ตั้งแต่ 2 ปีลงมา โดยเฉพาะคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งความผิดที่จำเลยกระทำมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่1 ปี ถึง 10 ปี ศาลย่อมมีอำนาจรอการกำหนดโทษได้แม้ศาลจะกำหนดโทษจำคุกเกิน 2 ปี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 106 ก็ตามส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าไม่ปรากฏว่าศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยไม่เกิน2 ปี และคดีนี้มีอัตราโทษจำคุก 10 ปี ศาลจึงไม่อาจใช้ดุลพินิจในการรอการกำหนดโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นั้นเห็นว่า การรอการกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าศาลจะพิพากษาจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี จึงไม่จำเป็นต้องระบุไว้ในคำพิพากษาว่าจะพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี โดยเฉพาะความผิดในคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งให้อำนาจศาลพิพากษารอการกำหนดโทษได้ แม้ว่าจะกำหนดโทษจำคุกจำเลยเกินกว่า 2 ปี ก็ไม่จำเป็นจะต้องระบุไว้ในคำพิพากษาว่าจะลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด พิษณุโลก
โจทก์ - แผนก คดี เยาวชน และ ครอบครัว
จำเลย - นาย เชษฐา บุญ ใหญ่
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 56
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 — ม. 106
องค์คณะ
ชวลิต ธรรมฤาชุ
สะสม สิริเจริญสุข
ดำรุพงศ์ อัศรางกูร ณ อยุธยา

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา