ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่ง
ฎีกาที่ 3255/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการธนาคารสาขาของโจทก์ กระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ ปล่อยให้จำเลยที่ 1 กู้โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันกู้เบิกเงินเกินบัญชีเกินวงเงินที่ได้รับอนุญาตอันเป็นการขัดต่อระเบียบวิธีปฏิบัติของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ทั้งโจทก์มิได้ให้สัตยาบันในการกระทำของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2ต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812 จำเลยที่ 4ในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 3 ในการเข้าทำงานกับโจทก์ก็ต้องร่วมรับผิดด้วย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกค้าของโจทก์มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการธนาคารโจทก์สาขาท่าเรือ และจำเลยที่ 4 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 3 ในการเข้าทำงานกับโจทก์ โจทก์มีคำสั่งให้ผู้จัดการสาขามีอำนาจให้สินเชื่อแก่ลูกค้าโดยให้กู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีได้ในวงเงินไม่เกิน50,000 บาท เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2526 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมาจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 เบิกเงินเกินบัญชีไปเกินขอบอำนาจหลายครั้งครั้นครบกำหนดชำระเงินจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้แก่โจทก์ตามสัญญาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันและแทนกันชำระเงิน 593,788.23 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า โจทก์ทราบเรื่องที่จำเลยที่ 3ให้จำเลยที่ 1 กู้เบิกเงินเกินบัญชีทุกครั้ง แต่โจทก์ไม่ได้ทักท้วงหรือโต้แย้งการกระทำของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 และที่ 4รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วยจำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์กระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจโดยปล่อยให้จำเลยที่ 1 กู้เบิกเงินเกินบัญชีเกินวงเงินที่ได้รับอนุญาตอันเป็นการขัดต่อระเบียบวิธีปฏิบัติของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ทั้งโจทก์มิได้ให้สัตยาบันในการกระทำของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812 และ จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดด้วยพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร ศ รี นคร จำกัด
จำเลย - นาย สุวิทย์ ตันตะวิริยะ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 686, ม. 812, ม. 823
- องค์คณะ
- พินิจ ฉิมพาลี
เคียง บุญเพิ่ม
มีพาศน์ โปตระนันทน์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา