ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา
ฎีกาที่ 326/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ช.ได้รับจัดสรรที่ดินพิพาทจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดฯแต่ยังไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์จึงยังไม่ได้สิทธิครอบครองการที่จำเลยเข้าไปครอบครองที่ดินพิพาทย่อมไม่เป็นการขัดขวางรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปกติสุขของช..
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บุกรุกเข้าไปไถและหว่านข้าวในที่ดินที่ผู้เสียหายได้รับมอบการครอบครองจากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เข้าทำประโยชน์อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา362, 365จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนมีเหตุควรปรานีตามมาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 8 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้เข้าไถหว่านข้าวกล้าในที่ดินแปลงเลขที่ 42 ตามแผนที่แปลงที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรม ซึ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ จัดแบ่งให้ผู้เสียหายตาม พ.ร.ก. กำหนดเขตที่ดินในท้องที่อำเภอสามงาม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2521 ปัญหามีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุกตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามคำเบิกความของผู้เสียหายได้ความว่าผู้เสียหายได้เพียงส่วนแบ่งที่ดินเลขที่ 42 ตามแผนที่แปลงที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรม แต่ยังไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์เพราะที่ดินส่วนใหญ่ยังเป็นป่า (โจทก์นำสืบว่าเป็นป่าไผ่)สำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ ต้องช่วยจัดให้มีการโค่นไถ ผู้เสียหายจึงจะเข้าทำกินได้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ เพียงแต่โค่นไถให้เป็นแนวเขตไว้เท่านั้น ตามคำเบิกความของจำเลยและพยานได้ความว่า ที่ดินที่จัดสรรให้ผู้เสียหายเป็นที่ดินที่จำเลยแจ้งการครอบครองไว้และครอบครองทำประโยชน์มาก่อน เหตุที่จำเลยยอมให้นำไปจัดสรร เพราะสำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ แจ้งว่า จะให้ค่าชดเชยไร่ละ 1,200 บาทและจะให้บุตรจำเลยได้รับที่ดินในการจัดสรรด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้รับค่าชดเชยจากผู้เสียหายและสำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ จึงเข้าไถหว่านข้าวกล้าในที่ดินอย่างที่เคยทำมา เมื่อผู้เสียหายยังไม่ได้สิทธิครอบครองอย่างสมบูรณ์ เพราะยังไม่ได้เข้าครอบครองที่ดินที่ทางราชการจัดสรรให้การที่จำเลยซึ่งได้ครอบครองทำกินในที่ดินมาก่อนเข้าไถหว่านข้าวกล้าในที่ดิน ย่อมไม่เป็นการขัดขวางรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปกติสุขของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกพิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พิจิตร
จำเลย - นาย สุข รอดสงฆ์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 362, ม. 365
- องค์คณะ
- ปลื้ม โชติษฐยางกูร
มาโนช เพียรสนอง
อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา