ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่ง

ฎีกาที่ 3261/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ผู้คัดค้านเป็นบุตรของผู้ตาย เป็นทายาทลำดับที่หนึ่ง ทายาทอื่นของผู้ตายก็ให้ความยินยอมและไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเป็นบุคคลที่ต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ส่วนผู้ร้องเป็นน้องร่วมบิดามารดากับผู้ตาย เป็นทายาทลำดับถัดไปไม่มีสิทธิและส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้ มีเหตุสมควรถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องของผู้คัดค้านเป็นการเพิ่มชื่อและนามสกุลของผู้ตายที่มีหลายชื่อและหลายนามสกุล เป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อย แม้ผู้คัดค้านจะไม่ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องก็อาจนำสืบถึงความข้อนี้ในชั้นพิจารณาได้อยู่แล้ว ศาลชั้นต้นย่อมอนุญาตให้แก่ไขได้โดยไม่จำต้องส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ร้องทราบล่วงหน้าก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 181.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า ตนเป็นบุตรของผู้ตายและนายพิชัยชัยสิทธิเวช ซึ่งถึงแก่กรรมแล้ว ต่อมาผู้ตายสมรสใหม่กับนายกำจัดจุลกรังคะ ไม่มีบุตรด้วยกัน ผู้ร้องเป็นผู้ตาย จึงมิได้เป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกและมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ผู้ร้องมาร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่แจ้งให้ผู้คัดค้านและนายกำจัดทราบขอให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายผู้ร้องยื่นคำคัดค้านว่าผู้คัดค้านมิใช่บุตรของผู้ตาย ขอให้ยกคำร้องของผู้คัดค้านศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรผู้ตาย เป็นทายาทลำดับที่หนึ่งมีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย ทายาทอื่นของผู้ตายคือนายกำจัดสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายก็ให้ความยินยอมในการที่ผู้คัดค้านจะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลที่ต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 ส่วนผู้ร้องเป็นน้องร่วมบิดามารดากับผู้ตาย เป็นทายาทลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิและส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้ คดีมีเหตุสมควรถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ของผู้ตายแทนที่ผู้ร้องฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้คัดค้านแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องขอให้เพิกถอนผู้จัดการมรดกรายนี้ โดยมิได้ให้ผู้ร้องมีโอกาสคัดค้านเสียก่อนนั้นเป็นการไม่ชอบ เห็นว่า คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องของผู้คัดค้านเป็นการเพิ่มชื่อและนามสกุลของผู้ตายที่มีหลายชื่อและหลายนามสกุลเป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อย แม้ผู้คัดค้านจะไม่ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องก็อาจนำสืบถึงความข้อนี้ในชั้นพิจารณาได้อยู่แล้ว ศาลชั้นต้นย่อมอนุญาตให้แก้ไขได้โดยไม่จำต้องส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ร้องทราบล่วงหน้าก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 181.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
ผู้ร้อง - นาง บุบ ผา เจียบุญห ยก ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก ของ
ผู้ร้อง - นาง จันทร์ เครือ จุลกรังคะ
ผู้คัดค้าน - นาง สุภาภรณ์ ชัยสิทธิเวชช
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1629, ม. 1711, ม. 1713, ม. 1727
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 179, ม. 181
องค์คณะ
ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
สวิน อักขรายุธ
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา