ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา

ฎีกาที่ 3287/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

คำว่าอีกโสดหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติการพนัน มาตรา 12 ข้อ 1และปรับด้วยพระราชบัญญัติการพนันไม่มีบทมาตราใดที่บัญญัติไว้มีความหมายว่า อีกสถานหนึ่ง เท่ากับกฎหมายบัญญัติให้ลงโทษจำคุกไม่ให้ศาลใช้ดุลพินิจที่จะวางโทษจำคุกสถานเดียวในเมื่อพระราชบัญญัตินั้นวางกำหนดโทษผู้กระทำความผิดทั้งจำคุกและปรับเมื่อไม่มีกฎหมายห้ามศาลย่อมอาศัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20ประกอบมาตรา 17 ซึ่งบัญญัติว่าบรรดาความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับด้วยนั้น ถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจำคุกก็ได้ การที่ศาลลงโทษจำคุกจำเลยแต่สถานเดียวจึงชอบแล้ว

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและนายธงชัย แซ่โง้ว กับพวกรวม 58 คน ซึ่งศาลแขวงพระนครใต้(พระโขนง) ได้พิพากษาลงโทษไปแล้ว ได้ร่วมกันเล่นการพนันบาการา ตามบัญชี ก.อันดับที่ 27 ห้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 พนันเอาทรัพย์สิน โดยจำเลยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ และเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนันบาการาดังกล่าวกับการพนันถั่วตามบัญชี ก. อันดับที่ 4 อีกวงหนึ่ง มีผู้เล่นรวม 38 คน เหตุเกิดที่แขวงบางนา เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 12, 12, 15, 17จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 12, 15, 17 เรียงกระทงลงโทษฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้การพนันบาการา จำคุก 3 เดือน ฐานเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนันบาการาและถั่วจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 เดือน คำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยหนักขึ้นและปรับด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานเป็นเจ้ามือการพนันบาการา จำคุก 6 เดือนฐานเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนันบาการาและถั่ว จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก12 เดือน คำให้การขั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าการจัดให้มีการเล่นการพนันซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 12 ข้อ 1 ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปจนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไปจนถึง 5,000 บาท ด้วยอีกโสดหนึ่งและเน้นคำอีกโสดหนึ่งด้วยว่าเป็นบทบัญญัติบังคับให้ศาลต้องลงโทษทั้งจำคุกและปรับจะลงโทษจำคุกสถานเดียวไม่ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ที่กฎหมายบัญญัติว่าตามระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปจนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปจนถึง 5,000 บาทด้วยอีกโสดหนึ่งนั้น คำว่าด้วยอีกโสดหนึ่งมีความหมายว่าอีกสถานหนึ่งเท่ากับกฎหมายบัญญัติให้ลงโทษจำคุกและปรับด้วย พระราชบัญญัติการพนันไม่มีบทมาตราใดที่บัญญัติไม่ให้ศาลใช้ดุลพินิจที่จะวางโทษจำคุกสถานเดียว ในเมื่อพระราชบัญญัตินั้นวางกำหนดโทษผู้กระทำผิดไว้ทั้งจำคุกและปรับด้วย เมื่อไม่มีกฎหมายห้าม ศาลก็ย่อมอาศัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20 ประกอบมาตรา 17 ซึ่งบัญญัติว่าบรรดาความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับด้วยนั้น ถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจำคุกก็ได้ ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยแต่สถานเดียวตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ กองคดีแขวงพระนครใต้
จำเลย - นายบำรุง กิจเจริญ
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 — ม. 12 ข้อ 1
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 17, ม. 20
องค์คณะ
บุญศรี กอบบุญ
เสียง ตรีวิมล
สมศักดิ์ วิธุรัติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา