ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา
ฎีกาที่ 3320/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยเป็นพระภิกษุนำราษฎรเข้าไปในที่เกิดเหตุขึงสายสิญจน์ขุดดิน และปลูกต้นไม้ มีการต้อนโค กระบือเข้าไปเหยียบย่ำกินหญ้าที่ทางราชการปลูกจนได้รับความเสียหายจึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อีกบทหนึ่ง อันเป็นการกระทำกรรมเดียวกันกับผิดฐานบุกรุก
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365, 358, 83จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358, 362, 365(2) การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 362 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365(2), 83 เพียงบทเดียวให้ยกคำขอของโจทก์ในข้อหาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 จำคุก 6 เดือน จำเลยเป็นพระภิกษุไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและสภาพความผิดนับว่ามีเหตุอันควรปรานีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของโจทก์มีเพียงประการเดียวว่า จำเลยกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หรือไม่ โจทก์มีพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักเชื่อได้มั่นคงว่า จำเลยเป็นผู้ที่นำราษฎรเข้าไปในที่เกิดเหตุขึงด้ายสายสิญจน์ ขุดดิน และปลูกต้นไม้ลงในที่เกิดเหตุและมีการต้อนโคกระบือจำนวนเป็นร้อยตัวเข้าไปเหยียบย่ำกินหญ้ารูซี่และถ้าฮามาด้าที่ทางราชการปลูกไว้ซึ่งมีรั้วลวดหนามล้อมไว้จนได้รับความเสียหายจริง จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำขอของโจทก์ในข้อหาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 อีกบทหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)ประกอบด้วยมาตรา 362 อันเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 6 เดือนให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์
จำเลย - พระ ประจักษ์ คุดตจิตโตหรือจิตตคุต โต หรือ เพชร สิงห์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 358, ม. 362, ม. 365 (2)
- องค์คณะ
- ประสิทธิ์ แสนศิริ
สมภพ โชติกวณิชย์
ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา