ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 อาญา
ฎีกาที่ 3321/2535
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยอายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 75 ฐานมีอาวุธปืนฯ ให้จำคุก 6 เดือนฐานพาอาวุธปืนฯ จำคุก 4 เดือน รวม 10 เดือน นั้น แสดงว่าโทษจำคุก 6 เดือน และ จำคุก 4 เดือน ดังกล่าวข้างต้นเป็นโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดโดยได้ลดมาตราส่วนโทษให้แก่จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วมิใช่เป็นโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดก่อนลดมาตราส่วนโทษ ดังนั้นเมื่อลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่ง เพราะว่ากรณีมีเหตุบรรเทาโทษเนื่องจากจำเลยรับสารภาพแล้ว ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 5 เดือนจึงเป็นการชอบ.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 32, 33 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ (ที่ถูก 8 ทวิ วรรคแรก), 72 (ที่ถูก 72วรรคแรก), 72 ทวิ (ที่ถูก 72 ทวิ วรรคสอง) ที่แก้ไขแล้ว จำเลยอายุ17 ปี ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75และเรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 10 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงลงโทษจำคุก 5 เดือน ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า ศาลชั้นต้นลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 รวมลงโทษจำคุกจำเลย 10 เดือน และจำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย5 เดือน ไม่เป็นการถูกต้องเพราะเมื่อลดสองครั้งแล้วควรเหลือโทษจำคุกเพียง 2 เดือนครึ่ง นั้น เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยอายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75ฐานมีอาวุธปืนฯ ให้จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนจำคุก 4 เดือนรวม 10 เดือนนั้น แสดงว่าโทษจำคุก 6 เดือน และจำคุก 4 เดือนดังกล่าวข้างต้นเป็นโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดโดยได้ลดมาตราส่วนโทษให้แก่จำเลยกึ่งหนึ่งแล้ว มิใช่เป็นโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดก่อนลดมาตราส่วนโทษดังที่จำเลยเข้าใจแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่ง เพราะว่ากรณีมีเหตุบรรเทาโทษเนื่องจากจำเลยรับสารภาพแล้ว ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 5 เดือน จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น..."พิพากษาแก้เป็นว่า ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนให้วางโทษปรับอีกสถานหนึ่งด้วย โดยฐานมีอาวุธปืน ปรับ 2,000 บาทฐานพาอาวุธปืนปรับ 1,000 บาท รวมปรับ 3,000 บาท จำเลยรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงปรับ 1,500 บาทสำหรับโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม
จำเลย - นาย วินัย หวี งาม - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 75, ม. 78
- องค์คณะ
- สมมาตร พรหมานุกูล
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
อัครวิทย์ สุมาวงศ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา