ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา

ฎีกาที่ 3343/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยพาผู้เสียหายไปเพื่อเป็นภรรยา ผู้เสียหายเต็มใจไปด้วยมิได้ใช้กำลังบังคับพาไปโดยผู้เสียหายกับจำเลยเคยอยู่กินฉันสามีภรรยามาก่อน จำเลยมิได้มีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้เสียหายจะเป็นหญิงผู้เยาว์อายุ 17 ปี ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการล่วงละเมิดต่ออำนาจปกครองของมารดา การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย และพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284และมาตรา 318.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กับพวกอีก 1 คน ร่วมกันพานางสาวเรไรประสมทรัพย์ ไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้กำลังคุด กระชากนางสาวเรไรจนอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และพรากนางสาวเรไร ซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุ 17 ปี ไปเสียจาก นางบุญชู ประสมทรัพย์ มารดาผู้ปกครองดูแลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยจำเลยที่ 4ได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวเรไร ซึ่งมิใช่ภรรยาของจำเลยที่ 4จนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 284, 318, 83, 91จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 318 วรรคสาม, 83, 91 ให้ลงโทษจำเลยฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284จำคุกคนละ 1 ปี ฐานพรากผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสาม จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4คนละ 4 ปี ส่วนข้อหาอื่น และจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 ให้ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 และ 318เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตาม ฎีกาโจทก์ในชั้นนี้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ร่วมกันพานางสาวเรไร ประสมทรัพย์ผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย และพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุ 17 ปี ไปเสียจากมารดาผู้ปกครองดูแลเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงมีเหตุผลอันควรเชื่อว่า จำเลยที่ 4 หาผู้เสียหายไปในครั้งนี้เพื่อเป็นภรรยาผู้เสียหายเต็มใจไปด้วย มิใช่ใช้กำลังบังคับพาไปโดยผู้เสียหายกับจำเลยที่ 4 เคยอยู่กินฉันสามีภรรยามาก่อน จำเลยที่ 4 มิได้มีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้เสียหายจะเป็นผู้เยาว์ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการล่วงละเมิดต่ออำนาจปกครองของมารดาแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยที่ 4 ไม่เป็นความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารเคยใช้กำลังประทุษร้ายและพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามฟ้อง และพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 พาผู้เสียหายไปเพื่ออนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายและพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปเสียจากมารดาผู้ปกครองดูแลโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อ่างทอง
จำเลย - นาย อุด ม หรือ ตึ๋ง รุ่ง แจ้ง กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 284, ม. 318
องค์คณะ
พินิจ ฉิมพาลี
ชุม สุกแสงเปล่ง
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา