ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่ง
ฎีกาที่ 3381/2542
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ลายพิมพ์นิ้วมือของโจทก์ผู้แต่ง ทนายความ ในใบแต่งทนายความมีบุคคลเพียงคนเดียวรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ ย่อมไม่เสมอกับลงลายมือชื่อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรคสองมีผลเท่ากับการแต่งตั้งทนายความของโจทก์ยังบกพร่องไม่สมบูรณ์ทนายความผู้นั้นจึงยังไม่มีอำนาจทำการแทนในฐานะทนายความของโจทก์ และไม่มีอำนาจลงลายมือชื่อในช่องโจทก์ท้ายคำฟ้องแทนโจทก์ได้ เท่ากับคำฟ้องไม่มีลายมือชื่อโจทก์ กรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจสั่งให้ทำมาใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสองและการแก้ไขเพิ่มเติมนี้อาจกระทำได้หลายประการ เช่นให้โจทก์มาลงลายมือชื่อในช่องโจทก์ท้ายคำฟ้อง หรือในช่องผู้แต่งทนายความในใบแต่งทนายความ หรือให้ผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์จัดให้ผู้รู้เห็นการพิมพ์ลายนิ้วมือของโจทก์ในใบแต่งทนายความมาลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขข้อบกพร่องในคำฟ้องโดยให้ตัวโจทก์มาลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความต่อหน้าศาลแต่ตัวโจทก์ได้ถึงแก่กรรมเสียก่อน แต่เมื่อมีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์แล้ว บุคคลดังกล่าวย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนโจทก์ได้ รวมทั้งมีอำนาจแก้ไขข้อบกพร่องของใบแต่งทนายแทนโจทก์ด้วย นอกจากนี้ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ยังได้แต่งตั้งทนายความคนเดียวกันกับที่ โจทก์แต่งตั้งไว้ จึงเป็นผลให้ทนายความผู้นั้นมีอำนาจดำเนิน กระบวนพิจารณาคดีนี้แทนโจทก์ได้ และทำให้คำฟ้องคดีนี้มีลายมือชื่อของทนายความผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์มาตั้งแต่ต้น โดยไม่จำเป็นต้องให้ทนายความผู้นี้ลงลายมือชื่อในช่องโจทก์ ท้ายคำฟ้องอีกคำฟ้องโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 และ 67(5) ที่ศาลชั้นต้นจะต้องรับไว้พิจารณา
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 26998 และที่ดินโฉนดเลขที่ 26999 คืนให้โจทก์หากจำเลยไม่จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ ให้ถือคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า ขณะฟ้องโจทก์มีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์จึงไม่สามารถทำนิติกรรมได้ ลายพิมพ์นิ้วมือในใบแต่งทนายความของโจทก์มีพยานลงลายมือชื่อไม่ครบ ลายพิมพ์นิ้วมือดังกล่าวปลอมโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และโจทก์ไม่มีสิทธิเอาที่ดินคืน ขอให้ยกฟ้องก่อนชี้สองสถาน โจทก์ถึงแก่กรรม พันตรีสมชาย ชัยวณิชยาทายาทของโจทก์ขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตและมีคำสั่งว่าโจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือในช่องผู้แต่งทนายความโดยไม่มีพยาน 2 คน ลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือทนายความจึงไม่มีอำนาจลงลายมือชื่อในคำฟ้องแทนโจทก์เป็นการผิดระเบียบ ให้แก้ไขโดยให้โจทก์มาลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความต่อหน้าศาลต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ได้ถึงแก่กรรม ไม่สามารถลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะมีคำสั่งแก้ไขในเรื่องดังกล่าวและมีคำสั่งว่า ให้เพิกถอนคำสั่งรับฟ้องเดิมเนื่องจากเป็นคำฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์และมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้อง จำหน่ายคดีจากสารบบความโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2540ที่มีคำสั่งให้โจทก์มาลงลายมือชื่อต่อหน้าศาล ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อจากที่อนุญาตให้พันตรีสมชาย ชัยวณิชยาเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์จนเสร็จการพิจารณาจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การที่ตัวโจทก์ลงลายพิมพ์นิ้วมือในช่องผู้แต่งทนายความในใบแต่งทนายความโดยมีทนายความคนเดียวลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือดังกล่าวและทนายความที่ตัวโจทก์แต่งตั้งได้ลงลายมือชื่อในช่องโจทก์ในคำฟ้องคดีนี้ยื่นต่อศาลชั้นต้น ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ตัวโจทก์มาลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความต่อหน้าศาล แต่ตัวโจทก์ได้ถึงแก่กรรมเสียก่อน ดังนี้คำฟ้องของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ลายพิมพ์นิ้วมือของโจทก์ผู้แต่งทนายความโดยมีบุคคลเพียงคนเดียวรับรองลายพิมพ์นิ้วมือนั้น ย่อมไม่เสนอกับลงลายมือชื่อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรคสองมีผลเท่ากับการแต่งตั้งทนายความของโจทก์ยังบกพร่องไม่สมบูรณ์ในชั้นนี้ทนายความผู้นั้นยังไม่มีอำนาจทำการแทนในฐานะทนายความของโจทก์ ดังนั้น ทนายความผู้นั้นจึงยังไม่มีอำนาจลงลายมือชื่อในช่องโจทก์ท้ายคำฟ้องแทนโจทก์ได้ หรือเท่ากับคำฟ้องไม่มีลายมือชื่อโจทก์ ซึ่งกรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งให้ทำมาใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 18 วรรคสอง และการแก้ไขเพิ่มเติมนี้อาจกระทำได้หลายประการเช่น ให้โจทก์มาลงลายมือชื่อในช่องโจทก์ท้ายคำฟ้อง หรือในช่องผู้แต่งทนายความในใบแต่งทนายความ หรือให้ผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์จัดให้ผู้รู้เห็นการพิมพ์ลายนิ้วมือของโจทก์ในใบแต่งทนายความมาลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือดังกล่าว คดีนี้เมื่อมีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์แล้วบุคคลดังกล่าวย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนโจทก์ได้ รวมทั้งมีอำนาจแก้ไขข้อบกพร่องของใบแต่งทนายแทนโจทก์ด้วย นอกจากนี้ยังได้แต่งทนายความคนเดียวกันกับที่โจทก์แต่งตั้งไว้ จึงเป็นผลให้ทนายความผู้นั้นมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้แทนโจทก์ได้ และทำให้คำฟ้องคดีนี้มีลายมือชื่อของทนายความผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์มาตั้งแต่ต้นโดยไม่จำเป็นต้องให้ทนายความผู้นี้ลงลายมือชื่อในช่องโจทก์ท้ายคำฟ้องอีก คำฟ้องโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 และ 67(5)พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สม ภพ ชัยวณิชยา โดยพันตรีสมชาย ชัยวณิช ยา
โจทก์ - ผู้ เข้า เป็น คู่ความ แทน
จำเลย - นาง มา ลี เกษศิริรัตน์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 9
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 18, ม. 61, ม. 62, ม. 67 (5) - องค์คณะ
- สมบัติ เดียวอิศเรศ
เสรี ชุณหถนอม
สมจิตร ทองประดับ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา