ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา
ฎีกาที่ 3387/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว หากจำเลยเห็นว่าศาลชั้นต้นกำหนดโทษโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยหาได้ใช้สิทธิดังกล่าวไม่ จนคดีถึงที่สุดไปแล้ว ดังนี้ จำเลยจะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้กำหนดโทษใหม่ให้น้อยลงโดยอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) อีกไม่ได้ เพราะจะมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 161,264, 266, 268, 91 และให้จำเลยใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 161, 266, 268 วรรคสอง, 90, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายบทหลายกรรมลงโทษตามมาตรา 147 ซึ่งเป็นบทหนัก รวม 23 กรรม เรียงกระทงลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 115 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 57 ปี 6 เดือน แต่ลงโทษจำคุกได้อย่างสูงเพียง 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำเลยคืนเงินที่ยักยอกไปแก่ผู้เสียหาย ต่อมาภายหลังจากคดีถึงที่สุดโดยคู่ความไม่อุทธรณ์แล้ว จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยขัดต่อกฎหมาย เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) กำหนดให้ลงโทษจำคุกได้ไม่เกิน 50 ปีแต่ศาลชั้นต้นจำคุกจำเลย 115 ปี จึงเกินไป 65 ปี ดังนั้น หากลงโทษตามกฎหมายแล้วหลังจากลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยเพียง 25 ปี จึงขอให้กำหนดโทษใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ซึ่งห้ามแก้ไขคำพิพากษาให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว หากจำเลยเห็นว่าศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ จำเลยชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 แต่จำเลยมิได้ใช้สิทธิดังกล่าวจนคดีถึงที่สุดไปนานแล้ว จำเลยจึงมายื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษจำเลยใหม่ให้น้อยลง โดยอ้างข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) ดังนี้ หากศาลฟังข้อกฎหมายตามที่จำเลยอ้างแล้ววินิจฉัยกำหนดโทษจำเลยใหม่ ย่อมมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ซึ่งห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้วนอกจากถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่
จำเลย - นาง พรทิพย์ เนตรยอง - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 190, ม. 193
- องค์คณะ
- จเร อำนวยวัฒนา
พิชิต พรหมพิทักษ์กุล
สถิตย์ เล็งไธสง
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา