ฎีกา ปี พ.ศ. 2548 อาญา

ฎีกาที่ 3446/2548

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยขับรถจักรยานยนต์ที่ไม่มีไฟหน้ารถในเวลาพลบค่ำมีแสงส่องไม่เพียงพอด้วยความเร็วสูงโดยประมาทไม่ลดความเร็ว เมื่อเข้าใกล้ทางโค้งเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนถูกถังน้ำที่ผู้ตายถืออยู่จนเป็นเหตุให้ผู้ตายล้มไปถูกรถยนต์อื่นชนและทับจนถึงแก่ความตาย กรณีเช่นนี้ถือว่าความตายของผู้ตายเป็นผลโดยตรงจากความประมาทของจำเลย จำเลยย่อมมีความผิดฐานทำให้คนตายโดยประมาท

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยไม่มีโคมไฟหน้ารถ ขณะที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ และด้วยความเร็วสูงโดยประมาทน่าหวาดเสียว เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับชนนายจำลองล้มลงบนถนนและถูกรถยนต์ที่แล่นตามมาทับถึงแก่ความตายทันที ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 43, 148, 157
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 43 (4), 148, 157 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 เมื่อคำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ ฐานะของจำเลย ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทั้งปวงเกี่ยวกับจำเลย ของบิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่จำเลยอาศัยอยู่และให้การศึกษาแก่จำเลย ประกอบรายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว ขณะกระทำผิดจำเลยอายุ 16 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 75 แล้วจำคุก 3 เดือน แต่เพื่อให้โอกาสจำเลยได้กลับตนเป็นคนดีเห็นสมควรเอาตัวจำเลยไว้ฝึกและอบรมสักระยะหนึ่งเพื่อขัดเกลานิสัยและความประพฤติ อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 104 (2) ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งจำเลยไปฝึกและอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำหนด 3 เดือน นับแต่วันพิพากษา
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า จำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์ของกลางที่ไม่มีไฟหน้ารถในเวลาพลบค่ำมีแสงส่องไม่เพียงพอด้วยความเร็วสูงโดยประมาท ไม่ลดความเร็วเมื่อเข้าใกล้ทางโค้งเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนถูกถังน้ำพลาสติกสีเหลืองที่ผู้ตายถืออยู่จนเป็นเหตุให้ผู้ตายล้มไปถูกรถยนต์อื่นชนและทับจนถึงแก่ความตาย กรณีเช่นนี้ถือว่า ความตายของผู้ตายเป็นผลโดยตรงจากความประมาทของจำเลย จำเลยย่อมมีความผิดฐานทำให้คนตายโดยประมาท พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
(แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว) - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จำเลย - นายพิเชษฐ์หรือเชษฐ์ แก้วแกมทองหรือแก้วแถมทอง
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 59, ม. 291
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 — ม. 11, ม. 48, ม. 148, ม. 157
องค์คณะ
มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด
วิรัช ลิ้มวิชัย
เกษม วีรวงศ์
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แผน - นายกิตติพงษ์ จิตสง่าโศภิต
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนแ - นางสมศรี หรูจิตตวิวัฒน์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา