ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 3467/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์ยื่นคำร้องฉบับแรกขอให้เรียกบิดามารดาจำเลยเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา การที่โจทก์ยื่นคำร้องฉบับที่ 2 ซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกับคำร้องฉบับแรกโดยมิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นแต่ประการใด ถือไม่ได้ว่ามีการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์จำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยามีบุตร 1 คน คือเด็กหญิงนพรัตน์ อายุ 4 ขวบ จึงได้จดทะเบียนสมรสกัน จำเลยไม่ช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตรตามสมควรและติดพันหญิงอื่นในทางชู้สาว เล่นการพนัน ดื่มสุรา ไม่ยอมอยู่กินกับโจทก์ฉันสามี ทำร้ายร่างกายและขับไล่โจทก์ออกจากบ้าน โจทก์จึงได้พาบุตรไปขออาศัยอยู่กับญาติ ระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยา มีทรัพย์ทำมาหาได้ร่วมกันคือที่ดิน 2 แปลงบ้าน 1 หลัง รถไถนา 1 คัน เป็นเงิน 203,000 บาท โจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากจำเลยกึ่งหนึ่ง ขอให้โจทก์จำเลยหย่าโดยคำพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์ตามฟ้องแก่โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 101,500 บาทให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นรายเดือน เดือนละ 2,000บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าเด็กหญิงนพรัตน์จะบรรลุนิติภาวะจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง โจทก์ทิ้งร้างจำเลยออกจากบ้านไปเพราะโจทก์ไม่พอใจที่จำเลยว่ากล่าวตักเตือนไม่ให้โจทก์เล่นการพนันและโจทก์มีความรังเกียจที่จำเลยป่วยเป็นโรคปอด บ้านเลขที่ 76และที่ดินเนื้อที่ 10 ไร่ เป็นของบิดามารดาของจำเลย ที่ดินน.ส.3 ก. เลขที่ 643 เป็นทรัพย์ที่บิดามารดาของจำเลยซื้อให้จำเลยโดยเสน่หาเป็นสินส่วนตัวของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิแบ่งส่วนรถไถนาเป็นของมารดาจำเลยราคา 35,000 บาท โจทก์ชอบเล่นการพนันไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะอุปการะเลี้ยงดูบุตร และโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบิดามารดาจำเลยเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นยกคำร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 20พฤศจิกายน 2532 ขอให้เรียกบิดามารดาของจำเลยเข้ามาเป็นจำเลยร่วม และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์เพียงแต่ยื่นคำร้องฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 18พฤษภาคม 2533 ซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกับคำร้องฉบับแรกโดยโจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นแต่ประการใด ถือไม่ได้ว่ามีการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง ยุ พิน เมฆทวีป
จำเลย - นาย อนันต์ เมฆทวีป
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1516 เดิม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 57 (3), ม. 226
องค์คณะ
ประสิทธิ์ แสนศิริ
สมภพ โชติกวณิชย์
ทวิช กำเนิดเพ็ชร์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา