ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา
ฎีกาที่ 3497/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
แม้บาดแผลของผู้เสียหายจะใช้เวลาในการรักษา 15 วัน แต่การที่ผู้เสียหายทำงานหนักและเล่นกีฬาไม่ได้ตามแพทย์สั่งเป็นเวลา 1 เดือนถือเป็นการทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน เป็นอันตรายสาหัสแล้ว
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้มีดฟันนายอรุณ ยอดโตผู้เสียหาย 1 ที โดยเจตนาฆ่า ถูกที่ศีรษะข้างขวาใกล้ขมับแต่ผู้เสียหายวิ่งหนีและแพทย์ให้การรักษาทันท่วงที ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย แต่เป็นเหตุให้กะโหลกศีรษะแตกได้รับอันตรายสาหัสต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนา หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 83จำเลยที่ 1 ให้การว่า มิได้มีเจตนาฆ่าเพียงแต่มีเจตนาทำร้ายจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 จำคุก 10 ปี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 86 จำคุก 6 ปี 8 เดือนจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 3,000บาท จำเลยที่ 1 รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือนปรับ 1,500 บาท จำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 86 จำคุก 1 ปี ปรับ2,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปีโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ใช้มีดอีโต้ซึ่งจำเลยที่ 2 ยื่นส่งให้ฟันที่ศีรษะผู้เสียหายโดยมีเพียงเจตนาทำร้ายมิได้มีเจตนาฆ่า แล้ววินิจฉัยว่าบาดแผลของผู้เสียหายแม้จะใช้เวลารักษาเพียง 15 วัน แต่ผู้เสียหายก็ทำงานหนักและเล่นกีฬาไม่ได้เป็นเวลา 1 เดือน ตามที่แพทย์สั่งเนื่องจากบาดแผลดังกล่าว จึงเป็นการทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันเป็นอันตรายสาหัสพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297(8) ให้จำคุก 2 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา297(8) ประกอบมาตรา 86 ให้จำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยทั้งสองกำลังศึกษาเล่าเรียนและผู้เสียหายได้รับชดใช้ค่าเสียหายและไม่ติดใจเอาความ ให้รอการลงโทษจำเลยทั้งสองไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครสวรรค์
จำเลย - นาย องอาจ พินกริด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 297 (8)
- องค์คณะ
- เพ็ง เพ็งนิติ
เจริญ นิลเอสงฆ์
บุญธรรม อยู่พุก
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา